หน้าแรก ข่าวในประเทศ ข่าวชายแดนใต้ เครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพฯ เสนอ 22 ประเด็นต่อพรรคการเมือง

เครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพฯ เสนอ 22 ประเด็นต่อพรรคการเมือง

นางรอซิด๊ะ ปูซู ประธานเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้  จัดกิจกรรม “สตรีรุ่นใหม่กับการเมืองยุค 2019 เราคือหุ้นส่วนในการพัฒนาโลกเปลี่ยนด้วยมือเรา” โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ  แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้ อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 12  และตัวแทนพรรคการเมืองในพื้นที่ ว่าที่ผู้สมัครพรรคประชาชาติทั้งเขต 1 และเขต 2 ปัตตานี เครือข่ายผู้หญิงจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดละ 250 คนรวม 750 คน ร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุมพิมพ์มาดา โรงแรมปาร์ควิว ปัตตานี

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า  ประชาชาติจะเป็นพรรคที่จะเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น ทำให้คนมีความรู้ หากจะแก้ปัญหาอะไรต้องแก้ด้วยความรู้

“ยกตัวอย่างเรื่องปัญหายางพาราวันนี้ หากจะใช้ระบบอื่นๆ ยากก็ต้องเอาให้คนที่มีความรู้ไปบริหาร  ถ้าเราจะปล่อยให้การเมืองรูปแบบอย่างเดิมยังมองไม่เห็นอนาคตของพี่น้องประชาชน พรรคประชาชาติจึงเกิดขึ้นมา เราจึงให้ความสำคัญที่มนุษย์ พรรคประชาชาติยังส่งเสริมพหุวัฒนธรรมคือวัฒนธรรมของความเท่าเทียมกันดังนั้นเราจะกำหนดสิ่งที่เท่าเทียมคือเรื่องการศึกษา ต่อไปนี้เราต้องส่งเสริมให้มีการเรียนฟรีตั้งแต่เกิดจนจบถึงปริญญาตรี

นางรอซิด๊ะ ปูซู ประธานเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่า จากการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดในปี 2562 เป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนทุกภาคส่วนทุกเครือข่ายให้ความสำคัญและติดตามนโยบายของพรรคการเมืองว่าจะสามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาของประชาชนได้จริงหรือไม่

“ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผลพวงสถานการณ์ความรุนแรงมีผู้หญิงจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม พวกเธอต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อก้าวข้ามความรุนแรง จากการเป็นมือบน ในฐานะที่ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งในครอบครัวและสังคม ผู้หญิงจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพทุกด้านรวมทั้งการเมืองเพื่อให้ผู้หญิงได้มีข้อมูลที่สามารถวิเคราะห์ตัดสินใจเลือกผู้แทน และพรรคการเมืองที่มีนโยบายตอบโจทย์ของผู้หญิงได้ จึงจำเป็นที่จะต้องจัดกิจกรรมสตรีรุ่นใหม่กับการเมืองยุค 2019 เราคือหุ้นส่วนในการพัฒนาโลกเปลี่ยนด้วยมือเราครั้งนี้
สำหรับ ประเด็นปัญหาและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อพรรคการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในเวทีสาธารณะครั้งนี้ทั้งหมดมี 22 ข้อคือ
1.นโยบายเฉพาะของพรรคการเมืองในประเด็น ด้านการดูแลเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ
2.เพิ่มวงเงินเบื้ยยังชีพผู้สูงอายุ
3.มีระบบการจัดการที่เป็นธรรม และทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนที่ลำบากยากจน เข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างแท้จริง
4.นโยบายเงินกู้ กยศ. กู้เรียนฟรี
5.นโยบายด้านเศรษฐกิจ
ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน เพิ่มมูลค่ายางพารา ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น
6.กระบวนการรองรับคนทำงานจิตอาสา มีความมั่นคงปลอดภัย โดยเฉพาะคนทำงานด้านสันติภาพ และสวัสดิการที่ช่วยเอื้อคนทำงาน และคนพิการ โดยเฉพาะ คนพิการด้านจิตใจ มีระบบการดูแลที่มีลักษณะเฉพาะทาง
7.นโยบายด้านเงินกู้กยศ.
ปรับลดดอกเบี้ย และค่าปรับ ขอจ่ายเฉพาะเงินต้นที่กู้ยืมมา
8.นโยบายด้านเศรษฐกิจ
ส่งเสริมอาชีพเสริมสตรีในหมู่บ้าน มีการติดตามช่วยเหลือ และพัฒนาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
9.นโยบายด้านเศรษฐกิจ
ส่งเสริมอาชีพสตรีที่สอดคล้องตามช่วงอายุ กลุ่มสตรี กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพิ่มการพัฒนาและจัดอบรมเรียนรู้สื่อใหม่ ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาด ผ่านสื่อโซเซียลมีเดีย
10.ต่อสัญญาจ้าง 4,500 สตรีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ และมีระบบการดูแลติดตามด้านสุขภาพจิต และความมั่นคงด้านคุณภาพชีวิตและอาชีพ
11.เพิ่มสวัสดิการ และสิทธิการดูแลผู้ปกครอง และบุตรของอสม.
12.สานต่อนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนจนเข้าถึงได้อย่างแท้จริง มีระบบที่เป็นธรรม คนจนได้ใช้สิทธิอย่างทั่วถึงทุกคน
13.นโยบายด้านเศรษฐกิจ
ช่วยเหลือราคาผลผลิตของชาวบ้าน
ลดราคาสินค้าค่าครองชีพ และสินค่าเครื่องอุปโภคบริโภค
14.นโยบายด้านการแก้ปัญหายาเสพติด
15.นโยบายด้านสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่อนามัย มีระบบการทำงานที่เอื้อต่อการดูแลประชาชนอย่างดี ตรงต่อเวลา ใส่ใจการรักษาพยาบาลคนเจ็บป่วย
16.นโยบายด้านสาธารณสุข
โรงพยาบาลของรัฐ โดยเฉพาะ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มียาพื้นฐานที่สำคัญ จำเป็น ครบถ้วนในการดูแลคนเจ็บป่วย มีระบบบริการที่ประชาชนสามารถเข้าถึง
17.นโยบายแก้ปัญหาเงินกู้ กยศ.เปลี่ยนใหม่เป็น เรียนฟรีถึงขั้นปริญญาตรี
18.นโยบายการบรรจุลูกจ้างที่มีอายุการทำงาน 3 ปีขึ้นไปที่ทำงานในหน่วยงานราชการให้มีความมั่นคง
19.นโยบายแก้ปัญหาเงินกู้กยศ.และปัญหาคนว่างงาน
20.นโยบายด้านเศรษฐกิจ
ส่งเสริมการเกษตรปลอดสารพิษ ยกเลิกการใช้สารเคมีในการเกษตร
21.นโยบายด้านการศึกษา
ส่งเสริมการศึกษาที่เอื้อต่อทุกวัฒนธรรม การศึกษาตลอดชีวิตในสตรี
22.นโยบายด้านเศรษฐกิจ
มีระบบการกู้เงินด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เอื้อต่อคนจน เข้าใจปัญหาคนจน พิจารณายกเลิกการใช้โฉนดที่ดินค้ำ เพราะคนจนไม่มีอะไรค้ำ ไม่สามารถกู้เงินได้ ทำให้คนจนยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้