หน้าแรก ข่าวในประเทศ ข่าวชายแดนใต้ ลูกหนี้กยศ.ชายแดนใต้ขอยกเลิกเบี้ยปรับกยศ. เหตุสูงเพิ่มกว่าเงินกู้

ลูกหนี้กยศ.ชายแดนใต้ขอยกเลิกเบี้ยปรับกยศ. เหตุสูงเพิ่มกว่าเงินกู้

ลูกหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ในปัตตานีนับพันราย ลงทะเบียนเช็คสภาพการเป็นลูกหนี้กยศ.และร่วมมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในบังคับคดีในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยกรมบังคับคดีร่วมกับกยศ. จัดขึ้น ณ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา
นางอรัญญา ทองน้ำตะโก รองอธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวถึงการไกล่เกลี่ยในครั้งนี้ว่า เป็นกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ตามคำพิพากษา จากหนี้ก้อนใหญ่ให้เป็นการแบ่งชำระโดยกรมบังคับคดีเป็นกลไกกลาง
“เดือนธันวาคม 2561 กยศ.ได้ออกเกณฑ์ใหม่ให้ผู้มีหนี้สามารถปิดการชำระหนี้โดยมีการลดยอดหนี้ ยอดรวมลูกหนี้ในสามจังหวัดมีจำนวน 45,000 ราย ในพื้นที่ปัตตานี กรมบังคับคดีได้ออกหนังสือเชิญจำนวน 14,350 ราย โดยครั้งนี้จะรับข้อเสนอเพื่อพิจารณาร่วมกับกยศ.ด้วย บรรยากาศในวันนี้ที่ทุกคนต่างมาร่วม แสดงออกว่าให้ความสำคัญกับการมาพูดคุยเพื่อหาแนวทางในการชำระหนี้ กรมบังคับคดีทำข้อตกลงกับกยศ.เพื่อช่วยสร้างสภาพคล่องให้กยศ.ได้นำเงินไปปล่อยกู้ให้นักเรียน นักศึกษาในรุ่นใหม่ต่อไป”

ในงานนี้ นางนิธิมา ลามะ แกนนำกลุ่มลูกหนี้ กยศ. ได้ยื่นหนังสือขอให้ชะลอการฟ้องและการบังคับคดีลูกหนี้ กยศ. ถึง ผู้อำนวยการกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อธิบดีกรมบังคับคดี และพี่น้องสื่อมวลชน โดยผ่านตัวแทนของ กยศ.
นางนิธิมา ลามะ แกนนำหลุ่มลูกหนี้ กยศ. กล่าวว่า ขอยื่นหนังสือไปยังกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. กรมบังคับคดี และพี่น้องสื่อมวลชน เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการขอให้ชะลอการฟ้องและการบังคับคดีลูกหนี้ กยศ. ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

จึงขอให้ กรมบังคับคดี และ กยศ. พิจารณาในประเด็น ดังต่อไปนี้
1. ขอให้ชะลอการฟ้องคดีและการบังคับคดีของลูกหนี้ กยศ. ออกไปจนกว่าจะได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคิดเบี้ยปรับที่มีความไม่ยุติธรรมต่อลูกหนี้ กยศ.
2. ขอให้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และยกเลิกเบี้ยปรับ ซึ่งมีการคิดเบี้ยปรับสูงเกินกว่าจำนวนเงินต้นที่ได้มีการกู้ยืมมาใช้เพื่อการศึกษา และให้คิดเฉพาะดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมตามอัตราเดิม
3. ขอให้ชะลอการหักเงินเดือนของภาครัฐและภาคเอกชนจนกว่าจะมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่และพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้แต่ละราย รวมถึงการขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ออกไปเพื่อให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ตามจริง

ทั้งนี้เพื่อให้ข้อเรียกร้องของกลุ่มลูกหนี้ กยศ. ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการและผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นกรณีเร่งด่วน ซึ่งจะส่งผลดีให้ลูกหนี้ กยศ.สามารถผ่อนชำระหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ต่อไป จึงขอทราบผลการพิจารณาโดยเร็ว และขอให้ผู้จัดการ กยศ. และและประธานคณะกรรมการกยศ.ชี้แจงให้ลูกหนี้ กยศ. ทราบในวันที่ได้กำหนดให้เป็นวันไกล่เกลี่ยในวันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม 2561 ณ โรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาส โดยลูกหนี้ กยศ.ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเข้ารับฟังคำชี้แจงของผู้จัดการ กยศ. และประธานคณะกรรมการกยศ. ด้วยตนเอง

นายฤทธิเกียรติ มะดอ หนึ่งในลูกหนี้ กยศ.กล่าวว่า ถ้าหากปิดบัญชี คือ จ่ายเงินต้น 294,404 บาทบวกดอกเบี้ย 41,606 และ บวกเบี้ยปรับ 45,518.4 เท่ากับต้องจ่ายในวันที่ปิดบัญชี คือ 3381,526.60 บาท
“จากที่ผ่อนมาระยะเวลา 9 ปี จากเงินต้น 294,404 2. ดอกเบี้ย 41,606 3. เบี้ยปรับ 303,456 รวมแล้ว ผ่อนมาเดือนละ 6800 บาท ผ่อนมาเวลา 9 ปีคิดเป็น 108 เดือนที่จ่ายไป เมื่อเอา 6,800 คูณ 108 เดือน เท่ากับ 734,400 บาท ปัจจุบัน จ่ายทุกเดือน คือ 6,800 บาาท ต่อเดือน เบี้ยปรับโหดมาก เพิ่มขึ้นเท่าตัว แต่ถ้าจะปิดบัญชี เขาลด 85 เปอร์เซนต์ จากยอดเบี้ยปรับ 303,456 บาท จะเหลือเท่ากับ 257937.6 บาท สรุปแล้ว ถ้าผมปิดบัญชี คือ ต้องจ่ายจ่ายต้น 294,404+ ดอกเบี้ย 41,606 เบี้ยปรับ 45,518.4 เท่ากับผมต้องจ่ายในวันที่ปิดบัญชี คือ 381,526.60 บาท”

“ตอนนี้ลูกหนี้มีอยู่ 2 กรณี กรณีที่ 1 ไปไกล่เลี่ย ตามศาลนัดหมาย คือยังไม่ต้องโดนบังคับคดี กรณีที่ 2 ไม่ได้ไกล่เกลี่ยตามหมายศาล ต้องโดนบังคับคดี เมื่อโดนบังคับคดี คือ เขาจะมายึดทรัพย์ เพื่อเอามาขายทอดตลาด อยากให้ทาง กยศ. มีมาตรการจูงใจลดเบี้ยปรับ 100% เมื่อตอนปี 2559 จะได้ปิดยอดบัญชี โดยจ่ายแค่เงินต้นกับอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น ถ้ามีการเสวนาเรื่องหนี้ กยศ. จะขอให้ ทาง กยศ.ลงมาตราการ ลดเบี้ยปรับ 100% ด้วย” นายฤทธิเกียรติกล่าวขอความหวัง
ลูกหนี้กยศ.จากปัตตานีรายหนึ่งกล่าวว่า จบการศึกษามา 10 ปี ได้จ่ายคืนมาบ้าง แต่ในปีนี้ยังไม่ได้จ่ายเพราะภาระเพิ่มขึ้น
“ที่ผ่านมาจ่ายเป็นรายปีมาตลอด แต่ละปีรายจ่ายไม่เท่ากัน ยอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หยุดจ่ายตอนลูกคนแรกอายุ 2 ขวบเพราะค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนเพิ่มขึ้น เขาว่งเอกสารมาแต่เราไม่มีเงินส่ง จน 3-4 ปีก็ไม่ได้จ่าย มียอดต้องจ่ายเพิ่มไปเกือบ 40,000 บาท เขาโทรศัพท์มา เราก็ขอไกล่เกลี่ยขอผ่อนเรื่อยๆ ยังมียิดต้องชำระอีกแสนกว่าบาท ประมาณอีก 5 ปี อยากขอให้หยุดดอกเบี้ย จ่ายเป็นเงินคงที่ ถ้าจะหักเงินเดือนก็ให้หัก ดุอาอฺขอให้มีกำลังจ่ายให้หมดเพราะเป็นความรับผิดชอบของเรา เป็นเงินรัฐ เงินแผ่นดินที่เราต้องคืนกลับ”

ลูหนี้อีกคนกล่าวว่า กู้ยืมมาตั้งแต่เรียนชั้นปวช.-ป.ตรี ประมาณ 3.5 แสนบาท จ่ายคืนรายปีมา 2-3 ปีๆ ละ 4-5 พันบาท จนปี 2561 ยังไม่ได้จ่ายเพราะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากจากการมีครอบครัวและรายจ่ายในชีวิตประจำวัน อยากขอให้จ่ายเป็นรายเดือนที่ไม่สูงมาก เพราะตั้งใจส่งคืนเงินแน่นอน