หน้าแรก การศึกษาและเทคโนโลยี การศึกษา 4 โครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากนักศึกษาม.อ.ปัตตานี รับทุนจากธ.ออมสินกว่าครึ่งล้าน

4 โครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากนักศึกษาม.อ.ปัตตานี รับทุนจากธ.ออมสินกว่าครึ่งล้าน

ธนาคารออมสินคัดเลือกโครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี(ม.อ..ปัตตานี) ให้ได้รับเงินสนับสนุนรวม 4 โครงการเป็นเงินกว่า 6.2 แสนบาท โดยนักศึกษาคิดและพัฒนาจากวัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อเป็นแนวทางการสร้างอาชีพ พร้อมเปิด GSB Innovation Club ณ ชั้น 1 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี

นายภิรมย์ โพธิ์เจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ SME Start up ธนาคารออมสิน กล่าวถึงโครงการ GSB Innovation Club ให้เกิดการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจแนวใหม่ให้มีพื้นที่เรียนรู้ แสดงศักยภาพทางความคิด สร้างสรรค์นวัตกรรม สู่ผู้ประกอบการ SMEs Start up ในอนาคต โดยปลูกฝังในระดับมหาวิทยาลัย

“โครงการสร้างเสริมให้เกิดผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัยผ่าน 3 กิจกรรมคือ Innovation Club by GSB Startup จัดตั้งพื้นมาเรียนรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรม สร้างเครือข่ายธุรกิจสู่ผู้ประกอบการ Smart Start Idea by GSB Startup กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ส่งผลงานประกวด ผลงานชนะเลิศระดับมหาวิทยาลัยเข้าชิงรางวัลระดับประเทศ ธนาคารมอบทุนรวม 130,000 บาททุกเดือน Smart Start up Company by GSB Startup ธนาคารสนับสนุนนักศึกษาที่มีความมุ่งมั่นจะเป็นผู้ประกอบการไปต่อยอดให้เกิดบริษัท ซึ่งนักศึกษาม.อ.ปัตตานี ทำได้ดีและต้องทำต่อไป”

ดร.สรรวภัทร พัฒโร รองคณบดีฝ่ายบริหารและประกันคุณภาพ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ผู้ดูแลหน่วยบริการวิชาการและบ่มเพาะวิชาชีพ กล่าวว่าตามที่ธนาคารออมสินได้จัดโครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในชื่อ Startup University Model เพื่อสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษาในการนำองค์ความรู้มาพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรม ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเป็นทุนตั้งต้นเพื่อนำไปสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ สินค้า และบริการใหม่ รวมถึงสนับสนุนค่าใช้จ่าย โครงการละไม่เกิน 200,000 บาท

“โครงการนี้มีทีมนักศึกษาจากทั่วประเทศจำนวน 200 ทีมเสนอโครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และได้ทำการคัดเลือกเหลือ 50 ทีม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเป็นต้นทุนไปพัฒนา โดยนักศึกษาม.อ.ปัตตานีได้รับการพิจารณาจัดสรรทุนจากธนาคารออมสิน รวม 4 โครงการ คือโครงการยางพาราปูสระ ซึ่งมี ดร.สุพัฒน์ คงพ่วง และอาจารย์เศวต ไชยมงคล เป็นที่ปรึกษาโครงการได้รับทุน 117,000 บาท โครงการชุบหยำชายแดนใต้ ได้รับทุน 164,500 บาท   โครงการ hand Cream ได้รับทุน 141,000 บาท และโครงการปลาน้อยสร้างล้าน ได้รับทุน 198,800 บาท รวมเป็นเงินทุนสนับสนุนทั้งสิ้น 621,300 บาท ซึ่งทั้ง 3 โครงการมีดร.วรพจน์ ปานรอด ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา”

สำหรับโครงการยางพาราปูสระ ผู้รับผิดชอบโครงการประกอบด้วย นายอับดุลเลาะ หมานละงู   นางสาวนภสร  แก้วทองประคำ นายอนันต์ ดือราแมหะยี จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วัตถุประสงค์ของโครงการยางพาราปูสระ คือการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยใช้รูปแบบบ่อและใช้วัสดุทางเลือกทำบ่อเลี้ยง เพื่อสร้างอาชีพทางเลือกเพื่อเพิ่มรายได้และหรือลดรายจ่ายในระดับครัวเรือน รวมถึงเพื่อสร้างโมเดลธุรกิจโดยใช้ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากยางพารา สนองนโยบายรัฐบาล

นายอับดุลเลาะ ตัวแทนโครงการบอกถึงความคืบหน้าของโครงการว่า ได้ทำโรงเรือน ทำบ่อยางพาราขนาดขนาด 2*4*1 เมตร จำนวน 3 บ่อ พร้อมนำผ้ายางพารามาประกอบกับโครงบ่อ มีระบบให้อากาศ เตรียมบ่อคอนกรีต จำนวน 2 บ่อ พร้อมติดตั้งระบบน้ำและระบบให้อากาศ ทำความสะอาดบ่อ โดยทำการเลี้ยงสัตว์น้ำเปรียบเทียบกันระหว่างบ่อยางพาราและบ่อคอนกรีต

“เดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้นำลูกปลาลงเลี้ยงในบ่อเลี้ยงคอนกรีตและบ่อยางพารา เพื่อเปรียบเทียบผลการเลี้ยง เก็บข้อมูลการเจริญเติบโต อัตรารอด และอื่น ๆ ทุก 15 วัน เป็นเวลา 3 เดือน และนำผลมาเปรียบเทียบ ระหว่างบ่อคอนกรีตและบ่อยางพาราต่อไป”

ส่วนโครงการชุบหยำชายแดนใต้ ผู้รับผิดชอบโครงการประกอบด้วย นางสาววรรณี ซง  และนางสาวฟาซียะ แวสามะ จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางสาว นูรีซันร์ เจะเฮง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และ นายซันนูซี การ์จิ จากคณะวิทยาการสื่อสาร โครงการนี้ใช้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการแปรรูปอาหารมาประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ ฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาในการเป็นผู้ประกอบการจากการลงมือปฏิบัติ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ ให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนเพื่อยกระดับอาหารไทยสู่สากล และพัฒนาแนวคิด และนวัตกรรมใหม่ๆมาต่อยอดทางธุรกิจ

น้ำชุบหยำเป็นน้ำพริกที่นิยมรับประทานสด โดยการนำมาแปรรูปให้อยู่ในรูปแบบก้อนเพื่อเพิ่มอายุการเก็บรักษา สะดวกและง่าย โดยการละลายน้ำ สามารถใช้ได้ทั้งน้ำอุ่นและน้ำเปล่า ภายใต้มาตรฐานการผลิตอันเป็นที่ยอมรับระดับสากล โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น นอกจากเป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าของวัตถุพื้นบ้านจากครัวไทยสู่ครัวโลก ส่วนประกอบของชุบหยำหรือน้ำพริกหยำคือ กะปิ  พริก หอมแดง  มะขาม น้ำตาลมะนาว และกุ้ง โดยการนำส่วนประกอบมาปั่นให้เข้ากัน แล้วทำแห้ง ด้วยใช้เครื่อง Drum Dry เมื่อได้น้ำพริกที่ผ่านกระบวนการทำแห้งที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส แล้วนำมาอัดก้อนภายใต้การปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์หลังจากผ่านความร้อน จึงได้น้ำพริกหยำก้อนภายใต้แบรนด์ DiPli (ดีปลี) เป็นภาษาใต้ ซึ่งมีความหมายว่าพริก

โครงการ hand Cream ผู้รับผิดชอบโครงการประกอบด้วยนายอับดุลอาซิซ แม ,นางสาวนุรวานา สะอิ ,นางสาวสุไลดา เกปัน ,นางสาวนูรไอนี เจาะกลาดี ,นางสาวมะกือซง นิซา, นางสาวสุรีวันล์ หีมแหละ ,นายอับดุลอากิม ดาฮามิ ,นายซุลกิฟลี มะสารี ,นางสาวฟาตินนาเดีย ยีสาอุ จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และนางสาวอัสมา ฮะ จากคณะรัฐศาสตร์ เพื่อเพิ่มมูลค่าน้ำยางพาราที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ ซึ่งเป็นการต่อยอดงานวิจัย โดยใช้นวัตกรรมใหม่ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ เพื่อสร้างการเป็นผู้ประกอบการนักศึกษา สร้างรายได้ในระหว่างเรียนแก่นักศึกษา และพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาจากการทำงานเชิงปฏิบัติโดยตรง และเป็นประโยชน์ในระยะยาว

ยางพารา พืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ มีพื้นที่การปลูกยางพารามากถึง 9 ล้านกว่าไร่ และอัตราการผลิตน้ำยางสด ได้ประมาณปีละ 9,000 ล้านลิตร ซึ่งเมื่อทำเป็นผลผลิตยางแห้งจะได้ประมาณ 3 ล้านตัน ปัจจุบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราต้องเผชิญกับสถานการณ์ราคายางตกต่ำ นาไปสู่ความเดือดร้อนแก่ชาวสวนยางพารา ขาดรายได้มาใช้จ่ายในครัวเรือน และส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของภาคใต้ถดถอยลง จนกระทั่งได้มีงานวิจัยของ รศ.ดร.รพีพรรณ วิฑิตสุวรรณกุล นักวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ค้นพบว่า กลุ่มสารชีวเคมีในเซรั่มน้ำยางสามารถตอบสนองการถูกคุกคามจากการถูกกรีดและเยียวยารักษาบาดแผลได้ จึงประยุกต์ใช้วัตถุดิบเซรั่มน้ำยางเป็นสารตั้งต้นในการผลิต สารสกัดยางพารา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ด้านเวชสำอางสุขภาพผิว

นางสาวนุรวานา สะอิ กล่าวว่าโดยขั้นตอนการผลิตจะรวมถึงการทำให้สารสกัดดังกล่าวปลอดจากสารที่ไม่พึงประสงค์ เช่นโปรตีนที่ทำให้เกิดการแพ้ และสารที่ออกฤทธิ์ทำให้สีผิวเข้มขึ้น พร้อมกับได้ค้นพบว่า ผลิตภัณฑ์สารสกัดยางพาราอุดมไปด้วยกลุ่มสารสำคัญนานาชนิด ที่สามารถทำหน้าที่ปรับปรุงสุขภาพผิวและเพื่อตอบโจทย์ความต้องการบำรุงและดูแลผิวของผู้บริโภค ทั้งความขาวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย และต่อต้านอนุมูลอิสระ เพื่อให้ผิวพรรณแลดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดีอยู่เสมอ

“สารสกัดยางพาราสามารถจำหน่ายในราคา 45,000 บาทต่อกิโลกรัม โดยสัดส่วนการใช้น้ำยางสด 200 ลิตร ผลิตสารสกัดได้ 1 กิโลกรัม เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทย โดยการผลิต ผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดในรูปแบบที่สร้างสรรค์ ทางกลุ่มจึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกร จึงได้นำงานวิจัยสารสกัดจากยางพารา มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวมือในชื่อ Nager Handcream”

โครงการปลาน้อยสร้างล้าน ผู้รับผิดชอบโครงการประกอบด้วยนางสาวคอลีเยาะ แวนิ,นางสาวอมีนตา แวนิ, นางสาวนูรซาวฟี พจนินท์, นางสาวอาซือมะห์ ยามิง,และ นางสาวซูไฮลา ยามากีแย จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมประมงในพื้นที่ปัตตานี ส่งเสริมให้ผู้คนในพื้นที่มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยสร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่และมีการจ้างงานมากขึ้น สร้างการเป็นผู้ประกอบการนักศึกษา และสร้างรายได้ในระหว่างเรียน

นางสาวคอลีเยาะ หะแวนิ กล่าวว่าปัจจุบันอาหารทะเลแปรรูปเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางภาคใต้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งอาหารทะเลที่ดีที่สุด การสร้างมูลค่าเพิ่มให้อาหารทะเลในปัจจุบันมีรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย โดยเฉพาะการแปรรูปให้เป็นอาหารทะเลสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน โดยเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายและสร้างรายได้ให้อุตสาหกรรมเป็นจานวนมาก

“ทางโครงการได้นำปลาฉิ้งฉ้าง ซึ่งเป็นปลาประเภทเดียวกันกับปลากะตักของภาคกลาง เป็นปลาผิวน้ำขนาดเล็ก มีการจับปลาชนิดนี้มากในทะเลอ่าวไทย ในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานีนับเป็นแหล่งผลิตและส่งออกปลาฉิ้งฉ้างตากแห้ง หรือนำไปเป็นวัตถุดิบในการทำน้ำปลา ในตลาดท้องถิ่นนำมาหมักทำบูดูฉิ้งฉ้างขายอีกส่วนหนึ่งด้วย ซสร้างรายได้ให้กับชุมชนมากพอที่จะสามารถเลี้ยงชีพครอบครัวได้ ทางโครงการจึงได้วางแผนนำปลาฉิ้งฉ้าง มาผลิตเป็นอาหารทะเลแปรรูปในชื่อปลาฉิ้งฉ้าง ทอดกรอบ ทรงเครื่องตรา Daen-Tai (แดนใต้) ทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่รสดั้งเดิม, รสชีส, รสสาหร่าย, รสวิงซ์แซ่บ และรสลาบ พร้อมจำหน่าย”

แบ่งปัน