หน้าแรก รายงาน “พรรคประชาชาติ” ชูเร่งแก้ปัญหาลูกหนี้ “กยศ.” ชายแดนใต้ 

“พรรคประชาชาติ” ชูเร่งแก้ปัญหาลูกหนี้ “กยศ.” ชายแดนใต้ 

เมื่อไม่นานมานี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายสุพจน์ อาวาส รองโฆษกพรรคพรรคฯ และนายวัชรเดช รูปขจร สมาชิกพรรคฯ และคณะทำงานด้านนโยบาย ได้ร่วมสนทนาและหารือกับตัวแทนลูกหนี้ กยศ.จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ จังหวัดยะลาและร่วมกันตั้งกลุ่มสร้างสุข กยศ. เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์เป็นหนี้ กยศ. ทั้งๆ ที่การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ระบุว่ารัฐภาคีจะต้องนำการการศึกษาแบบให้เปล่ามาใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไปจนถึงขั้นอุดมศึกษา

จากการหารือพบว่า ลูกหนี้ กยศ. จากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้กลุ่มที่เดินทางมาในครั้งนี้ แต่ละรายที่มีสถานะทางคดีต่างกัน ประกอบด้วย 1) ลูกหนี้รายที่ กยศ. ฟ้องผู้กู้ยืมและผู้กู้ยืมได้ปฏิเสธไม่ประนีประนอมชั้นศาล 2) ลูกหนี้รายที่ได้ยินยอมประนอมชั้นศาลและศาลพิพากษาคดีตามยอม และ 3) ลูกหนี้รายที่ศาลได้พิพากษาแล้วและอยู่ในชั้นบังคับคดีที่ต้องยึดทรัพย์ ผลจากการพบปะพูดคุยระหว่างลูกหนี้ กับ กยศ. ในกรณีแรกที่ศาลยังไม่ตัดสิน กยศ. ได้บันทึกจะถอนฟ้องให้และนำไปสู่ปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนที่เหลือศาลได้ตัดสินคดีแล้วต้องเป็นไปตามคำพิพากษา

ในทุกคดีลูกหนี้ได้กู้เงินต้นจาก กยศ. ไปประมาณ 2.5 แสนบาทเท่านั้น แต่กลับถูกฟ้องให้ใช้หนี้สูงถึงจำนวน 6 แสนบาทเศษ เพราะเป็นเบี้ยปรับและดอกเบี้ยถึงเกือบ 4แสนบาท

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า พรรคประชาชาติมีหลักคิดว่าการศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุน คนจบการศึกษาถือว่ารัฐได้คนมีคุณภาพ ถือเป็นกำไรแล้ว ควรใช้มาตรการอื่นทางการบริหารและการปกครอง เช่น การหางาน สร้างเงินสร้างอาชีพ ไม่ควรฟ้อง และการเรียกเงินปรับที่สูงกว่าเงินกู้และมีดอกเบี้ย อาจขัดหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งพรรคประชาชาติหนุนให้มีการเรียนฟรีจนจบปริญญาตรีตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ระบุว่าการศึกษาขั้นอุดมศึกษาต้องจัดให้มีขึ้นอย่างเท่าเทียมและค่อยเป็นค่อยไป

“พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับ “คน” ถ้าคนมีคุณภาพ เด็กเรียนหนังสือจบ ถือว่ารัฐได้กำไร ส่วนเด็กที่ไปติดยาเสพติดนั้นถือว่ารัฐขาดทุน ดังนั้น เด็กที่เป็นหนี้ กยศ. พรรคประชาชาติเห็นว่ารัฐไม่ควรฟ้อง หากเด็กเป็นหนี้ก็ควรชดใช้หนี้ และควรมีระดับของหนี้ เช่น กฎหมายการหักเงินเดือนของกรมบังคับคดี หากมีเงินไม่ถึง 20,000 บาท ยังไม่ควรจะชดใช้ ห้ามหักเงินเดือนของเขา ดังนั้น กรณีหนี้ กยศ. พรรคประชาติมีแนวคิดว่าควรหลีกเลี่ยงการฟ้อง

ขอเรียกร้องในขั้นต้นว่า ตาม พ.ร.บ.กยศ.มาตรา 44 กฎหมายไม่ได้บังคับให้มีเบี้ยปรับ แต่ระบุว่า “อาจจะมีเบี้ยปรับก็ได้” จึงขอเรียกร้องกรรมการ กยศ.ควรงดเบี้ยปรับให้เหลือเฉพาะดอกเบี้ยเท่านั้น เดิมมีดอกเบี้ย 1% ปัจจุบันไปแก้กฎหมายให้มีดอกเบี้ยไม่เกิน 7.5 % แต่บังคับ 1% พรรคประชาชาติเราเห็นว่าควรแก้กฎหมายนี้ ในอนาคตเราต้องปฏิรูประบบการศึกษาที่ดี และควรจะเป็นสวัสดิการของรัฐให้คนได้เรียนฟรี

ในส่วนของพรรคประชาชาติ มีอุดมการณ์ว่าการพัฒนาคนและการศึกษาคือสิ่งสำคัญที่สุด เราอยากผลักดันให้มีการเรียนฟรีที่มีคุณภาพจนจบปริญญาตรี กรณี กยศ. ควรยกเลิกและแก้ไขกฎหมายไม่ให้มีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ รวมถึงปรับปรุงการให้ทุนการศึกษาที่ยึดความสามารถกับความประสงค์ของผู้เรียน ส่งเสริมการศึกษาที่หลากหลายสาขาวิชา สามารถเรียนได้ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกระจายอำนาจในการให้ทุนการศึกษาไปยังสถานศึกษา หรือองค์กรชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ”

นางนิธิมา ลามะ

นางนิธิมา ลามะ ตัวแทนกลุ่มลูกหนี้ กยศ. ขอเรียกร้องให้ กยศ.ปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย และเบี้ยปรับ เพราะรวมเป็นเงินที่สูงเกินไป ไม่มีเงินจ่าย แต่ยินดีที่จะจ่ายเงินต้นตามที่ได้กู้ไป

“กรณีลูกหนี้ กยศ.หลายคนถูกฟ้องเพราะผ่อนจ่ายหนี้ไม่ไหว หากเราติดหนี้ กยศ. จำนวน 300,000 บาท ให้ผ่อนจ่ายในระยะเวลา 1 ปี เรารู้สึกว่าจ่ายไม่ไหว เราอยากให้ กยศ.ปรับโครงสร้างหนี้ให้เรา และขยายระยะเวลาจาก 1 ปีเป็น 9 ปี หรือตามความเหมาะสม หากไม่ขยายระยะเวลาเราคิดว่า กยศ.อาจจะไม่ได้รับเงินจากลูกหนี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคน ปัจจุบันคนติดหนี้ กยศ.ในพื้นที่รวมกันประมาณแสนกว่าคน ในจำนวนนี้ 30 % ที่สามารถผ่อนจ่ายได้ ส่วนที่เหลือไม่มีเงินจ่าย อยากให้ กยศ.เข้าใจสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันว่าชาวบ้านไม่มีเงินผ่อนจ่าย 6,000 บาท/เดือน เพราะเราไม่ได้มีภาระแค่ผ่อนจ่าย กยศ.เพียงอย่างเดียว มีค่าเล่าเรียนลูกและครอบครัวอีกมาก”

กรณี กยศ. การที่รัฐใช้วิธีทวงหนี้โดยการดำเนินคดีผู้กู้ยืมกับผู้ค้ำประกัน เป็นเรื่องที่อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะมีเบี้ยปรับ+ดอกเบี้ยที่มากกว่าเงินกู้ พรรคประชาชาติจึงได้เสนอเป็นนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือ

ยกเลิกเบี้ยปรับ ถอนฟ้องคดีที่ศาลและงดการบังคับคดี ปรับโครงสร้างหนี้ เช่นเดียวกับกับที่รัฐบาลในอดีตช่วยเหลือคนรวยในทกรณี ปรส. ที่ลดหนี้ให้คนรวยประมาณ 80% แก้กฎหมายไม่ให้มีดอกเบี้ย สร้างงานสร้างอาชีพในโครงการรัฐ เพื่อทำงานใช้หนี้(2-4ปี) และต้องสร้างรัฐสวัสดิการให้เรียนฟรีถึงปริญญาตรีตามนโยบายพรรคที่ กกต. รับรอง

นับเป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับ ผู้ที่กู้เงินกยศ. หลังจากที่แต่ละพรรคการเมืองเริ่มมีนโยบายเรื่องนี้แต่ไม่ชัดเจนเท่านโยบายของพรรคประชาชาติ เขียนว่า ประชาชาติ  มีศรัทธาต่อการ “การศึกษา” ต้องเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณตรงไปให้โรงเรียนสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อให้ทุกคนได้เรียน(ฟรี)อย่างมีคุณภาพได้ตั้งแต่เยาว์วัยจนถึงปริญญาตรี

กรณีความเดือดร้อนเฉพาะหน้าที่ลูกหนี้ กยศ. กำลังเผชิญ “ประชาชาติ” ได้พยายามทุกหนทางในการช่วยเหลือประสานงานและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เบื้องต้นได้มอบหมายนายสุพจน์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ SME Bank ได้ตั้งศูนย์รวบรวมข้อมูลขับเคลื่อนการช่วยเหลือและเสนอเป็นนโยบายที่เหมาะสมต่อไป

จากการรับรู้และกระแสนโยบายพรรคดังกล่าว ทราบให้ว่าใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ กยศ. มีเรื่องอยู่ในชั้นบังคับคดีกับนักศึกษาที่กู้ยืมกับผู้ค้ำประกันประมาณ 6 หมื่นรายเศษ กระแสที่เกิดจากนโยบายประชาชาติและการจัดกิจกรรมช่วยเหลือลูกหนี้ ทำให้ในวันที่ 12,15และ17 ธันวาคม 2561 นี้ กรมบังคับคดีจะลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา เพื่อทำการไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี แม้จะเป็นแก้ปัญหาปลายเหตุก็ตาม แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาจากรากเหง้าที่แท้จริงต่อไป