หน้าแรก ข่าวในประเทศ ข่าวชายแดนใต้ โรงงานแปรรูปปลาหมึกแช่แข็งรายใหญ่ปัตตานี ประกาศปิดกิจการ เผยต้านวิกฤต ศก.โลกไม่ไหว

โรงงานแปรรูปปลาหมึกแช่แข็งรายใหญ่ปัตตานี ประกาศปิดกิจการ เผยต้านวิกฤต ศก.โลกไม่ไหว

“เทพพิทักษ์ซีฟู้ด” โรงงานแปรรูปปลาหมึกแช่แข็งส่งออกรายใหญ่ใน จ.ปัตตานี สร้างรายได้ 2 พันล้านบาทต่อปี ประกาศปิดกิจการแล้ววันนี้ เผยเหตุต้านกระแสวิกฤตเศรษฐกิจโลกไม่ไหว

ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่โรงงานเทพพิทักษ์ซีฟู้ดปัตตานี ในเครือบริษัท โชติวัฒน์ พนักงานและผู้บริหารต่างจัดเก็บข้าวของเป็นวันสุดท้าย ก่อนเตรียมตัวเข้าร่วมกิจกรรมในโรงอาหารขนาดใหญ่ของโรงงานแห่งนี้ เพื่อร่วมงานเลี้ยงสร้างสรรค์ระหว่างคนงานด้วยกัน บางคนก็เลือกถ่ายเซลฟี่เพื่อเป็นที่ระลึก หลังจากที่ทางเจ้าของผู้ประกอบการโรงงานแห่งนี้ตัดสินใจปิดเพื่อยุบกิจการ สาขาปัตตานี ไปรวมที่โรงงานงานแม่ที่บริษัท โชติวัฒน์ ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ทั้งนี้ เพื่อบริหารภาวะเสี่ยงต้องขาดทุนจากสภาวะเศรษฐกิจโลก ที่ทางบริษัทต้องขาดทุนจากการส่งออกที่ลดลงมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ มาเป็นเวลายาวนานถึง 5 ปีเต็ม โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ แรงงานจังหวัด จัดหางานจังหวัด จ่าจังหวัด ประธานหอการค้าปัตตานี เข้ามาร่วมงาน และเข้ามาชี้แจงทำความเข้าใจถึงหลักเกณฑ์ของกฎหมายแรงงาน และสิทธิที่จะได้รับ พร้อมให้กำลังใจกับแรงงานทุกคน เพื่อไม่ให้เกิดความท้อแท้กับชีวิต จากที่ต้องกลายเป็นคนตกงาน

นอกจากนั้น ยังมีการฝากแนวทางการดำเนินชีวิตหลังจากนี้ว่าควรดำเนินการอย่างไร เพราะบางคนทำงานมายาวนานถึง 20 ปี จะมีเงินค่าชดเชยหลังจากนี้ เพียงพอที่จะนำเป็นทุนในการประกอบอาชีพ อย่างน้อยก็สามารถนำทักษะการทำงานเป็นเวลายาวนานไปใช้เป็นแนวทางการดำเนินอาชีพอิสระได้ในอนาคต

ซึ่งนอกจากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจโลกแล้ว ยังต้องเจอกับปัญหาการกีดกันทางการค้าที่มีกฎระเบียบทางยุโรป (EU) เข้ากำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้นมากมาย จนไม่สามารถแข่งขันราคาได้ ทั้งที่มาจากมาตรการการเพิ่มเงินค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาทต่อคน กลายเป็นปัญหาที่แก้อย่างไรก็แก้ไม่ได้ จึงทำให้ผู้ประกอบการต้องอ่อนแอทันทีอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังจากนี้ภาคอุตสาหกรรมโรงงานแปรรูปอาหารทะเล ในพื้นที่ จ.ปัตตานี ต้องปิดเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 3-4 โรง เพราะทนกับสภาวะขาดทุนไม่ไหว

จากการพูดคุยกับผู้บริหารโรงงานแห่งนี้ เผยว่า เป็นที่น่าเสียดายที่โรงงานแห่งนี้ต้องปิดตัวลงจากสภาวะเศรษฐกิจโลก เพราะโรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานแปรรูปหมึกสดแช่แข็งที่มีคุณภาพดีที่สุดในระดับโลก ส่งออกไปในตลาดยุโรป ใช้วัตถุดิบหมึกสดจากเรือประมงพื้นบ้านเท่านั้น จากทุกภาคของประเทศ โดยไม่ซื้อจากเรือประมงขนาดใหญ่ เพราะเน้นคุณภาพความสดของหมึกเป็นหลัก จนเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก เป็นปลาหมึกสดแช่แข็งที่มีราคาแพงที่สุด ในปีหนึ่งๆ สามารถส่งออกได้มากถึง 40 ตู้คอนเทนเนอร์ สร้างมูลค่า 2 พันกว่าล้านบาทต่อปี นับเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเม็ดเงินกลับเข้าประเทศได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ที่สำคัญโรงงานแห่งนี้มีแรงงานเป็นคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 1 พันคน แบ่งเป็นชาย 200 คน หญิงอีก 800 คน ที่มาจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นมุสลิม การปิดโรงงานแห่งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากถึง 1 หมื่นคน ที่เป็นพันธกิจร่วมกับโรงงาน เช่น รถรับส่งคนงาน คนประกอบร้านค้าขายจำหน่ายอาหารให้กับคนงานของโรงงานแห่งนี้ จึงทำให้การปิดโรงงานแห่งนี้ เหมือนการตัดเส้นใยเชื่อมโยงการหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในส่วนของการชดเชยเยียวยาที่ผู้ประกอบการโรงงานแห่งนี้ ต้องจ่ายให้กับแรงงานนั้นเป็นไปตามกฎหมายแรงงานทุกประการ โดยมีแรงงานจังหวัด และจัดหางานปัตตานีได้เข้ามาตรวจสอบอย่างใกล้ชิดแล้ว

นายอดิศร กลิ่นพิกุล กล่าวว่า วันนี้ได้จ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างพนักงาน บริษัท เทพพิทักษ์ซีฟู้ด จำกัด จำนวน 937 คน รวมเป็นเงิน 68,905,380 บาท ก็รู้สึกเสียดาย แต่ธุรกิจคือธุรกิจ บริษัท เทพพิทักษ์ซีฟู้ด จำกัด อยู่ในเครือโชติวัฒน์ มีหลายสาขา ต้องปิดโรงงานที่นี่ไปรวมกับสาขาหาดใหญ่ ซึ่งพนักงานบางส่วนได้ย้ายไปที่หาดใหญ่

ดร.ตติยะ ฉิมพาศรี ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า บริษัท เทพพิทักษ์ซีฟู้ด จำกัด เป็นโรงงานขนาดใหญ่โรงงานแรกที่ปิดตัวลง ซึ่งโรงงานใน จ.ปัตตานี มีทั้งหมด 40 โรงงานขนาดใหญ่ 5 แห่ง โรงงานขนาดกลาง 20 แห่ง และโรงงานขนาดเล็ก 15 แห่ง ซึ่งไม่อยากเห็นโรงงานแห่งที่ 2 ที่ 3 หรือที่ 4 มีชะตากรรมเป็นแบบนี้

ด้าน ..ชูติมา สักมาก อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/9 .8 .บานา .เมือง .ปัตตานี กล่าวว่า เป็นพนักงานแผนกบรรจุ IQS หรือบรรจุภัณฑ์ทำงานที่นี่มา 14 ปีแล้ว รู้สึกผูกพันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ที่นี่ทางบริษัทเขาดูแลดี มีสวัสดิการดี เบิกค่าจ้างตรงทุกเดือน เป็นที่น่าเสียดายที่โรงงานต้องปิดตัวลง แต่ทางบริษัทฯ ก็ยังเปิดโอกาสให้ไปทำงานกับบริษัทแม่ที่หาดใหญ่ แต่คงไม่ไปเพราะไม่สะดวก ต้องดูแลครอบครัว หลังจากนี้คงต้องพยายามหางานนอกระบบทำ เพราะอายุมากแล้ว และขอจ่ายต่อประกันสังคมเพื่อเป็นหลักประกันในยามเจ็บป่วยได้อีกทางหนึ่ง

วันนี้เรามาอีกครั้งเพื่อร่วมกิจกรรมเลี้ยงพบปะสร้างสรรค์กับเพื่อร่วมงานในโรงงานแห่งนี้ พร้อมกับผู้บริหารก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

ขอบคุณภาพ/ข่าว ผู้จัดการออนไลน์

แบ่งปัน