หน้าแรก ข่าวในประเทศ ข่าวชายแดนใต้ ชาวชุมชนบ้านค่าย ปัตตานี ย้ำ “ให้ย้ายทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมด” กลัวเกิดเหตุซ้ำ ทหารพรานล่วงละเมิดเด็กหญิง

ชาวชุมชนบ้านค่าย ปัตตานี ย้ำ “ให้ย้ายทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมด” กลัวเกิดเหตุซ้ำ ทหารพรานล่วงละเมิดเด็กหญิง

หลังเกิดเหตุการณ์อาสาสมัครทหารพรานล่วงละเมิดเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนบ้านค่าย ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยอาสาสมัครทหารพรานถูกดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมโดยการถูกสั่งปลดและให้ออกจากราชการเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา และดำเนินคดีอาญา ที่สภ.หนองจิกเมื่อวันที 24 ตุลาคม ด้านเด็กหญิงและครอบครัวยังเก็บตัวเงียบ ชาวบ้านในชุมชนประกาศแถลงการณ์ขอให้ถอนทหารออกจากพื้นที่กลัวเกิดเหตุซ้ำรอย

ตัวแทนชาวบ้านชุมชนบ้านค่ายประกาศแถลงการณ์หน้าโรงเรียนบ้านค่าย เมื่อบ่ายวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ว่า กรณีทหารพรานล่วงละเมิดศักดิ์ศรีเด็กหญิงในชุมชน ชาวบ้านค่ายขอแถลงการณ์คือ

1.ต้องการความโปร่งใสในการดำเนินคดี ถ้าจำโทษแล้วให้แน่ใจว่าอยู่ที่ไหนและอย่างไร เนื่องจากคดีนี่เป็นคดีอาญาแผ่นดินไม่สามารถยอมความได้ จึงขอให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ขอให้รัฐแสดงความรับผิดชอบการกระทำอันล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพลเรือนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐจะต้องนำผู้กระทำผิดไปลงโทษและเยียวยาเหยื่อผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

และขอให้แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงคำขอโทษต่อประชาชนในหมู่บ้านได้รับรู้ทั่วกัน โดยให้มีเวทีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในหมู่บ้าน

2.ขอประกาศให้สมาชิกในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทสภาชุมชน และขอให้ความร่วมมือต่อกัน เพื่อปกป้อง ฟื้นฟูชุมชนของเรา และร่วมพัฒนาธรรมนูญชุมชนในการแก้ไขปัญหาในหมู่บ้านอย่างเป็นรูปธรรม

3.กลไกรัฐ ต้องลดเงื่อนไขต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อกระบวนการสันติภาพ ไม่ละเมิดชีวิต ศักดิ์ศรีของพลเรือนเช่น การล่วงละเมิดทางเพศ การข่มขู่คุกคาม ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก

และ 4.ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ ทางสภาผู้นำหมู่บ้านไม่เห็นด้วยที่จะให้ทหารมาควบคุมหมู่บ้าน และขอให้ถอนทหาร ออกจากพื้นที่ชุมชนโดยทันที หลังคำประกาศนี้

นอกจากแถลงการณ์แล้ว ชาวบ้านยังมีข้อเรียกร้องคือ ต้องการหลักประกันว่าจะไม่เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีกในหมู่บ้าน และเมื่อเจ้าหน้าที่มาอยู่ในพื้นที่แต่ไม่ได้ช่วยคุ้มครองอย่างใด กลับทำให้รู้สึกกลัวมากขึ้นก็อย่าให้มีสักคนในพื้นที่ชุมชนแห่งนี้

ชาวบ้านชุมชนบ้านค่ายหลายรายกล่าวถึงเหตุการณ์นี้

“เจ็บใจ ถ้าเป็นลูกหลานเราเองคงเจ็บใจมากๆ และไม่ยอมแบบนี้ แต่ชาวบ้านกลัว ไม่มีใครอยากพูดถึง กลัวกับสิ่งที่มองไม่เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จึงเลือกที่จะเงียบ”

“ไม่อยากให้ทหารอยู่แล้ว เขามาปีนรั้วแอบดูหลานสาวอาบน้ำด้วย ทั้งที่เมื่อก่อนนี้ไม่มีปัญหาอะไร”

“ผู้เสียหายไม่มาเลยทำให้ไม่มีน้ำหนัก”

“เขาจะมาทำไม เขาได้เงินครบแล้ว”

“เด็กอยู่ตามปกติ หากไปถามเรื่องนี้เขาจะไม่พูดเลย”

“วันเกิดเรื่อง น้าเขาที่เลี้ยงดูเด็กกลับมาจากมาเลย์ มาตกลงกัน ปกติเด็กจะอยู่กับยายสองคน”

ด้าน นายก้องหล้า คุ่มเคี่ยม ปลัดอำเภอหนองจิก กล่าวแก่ชาวบ้านว่า ต้องคุยประเด็นนี้ผ่านเวทีกรรมการหมู่บ้าน และคนในหมู่บ้านเท่านั้นที่ต้องมาแก้ไขปัญหานี้

“ได้ประชุมกับแกนนำในหมู่บ้านไปสองครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้ประชุมใหญ่ อยู่ระหว่างการร่างกติกาหมู่บ้าน เอากติกามาดูและยอมรับกันทุกคน พร้อมปฎิบัติตามด้วย สุดท้ายอยู่ที่หมู่บ้าน ต้องอิงกับศาสนาเป็นหลักสำคัญ หน่วยกำลังที่อยู่ในพื้นที่เมื่อได้รับทราบกติกาหมู่บ้านก็จะต้องปฏิบัติตามด้วยอย่างเคร่งครัด”

นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ กลุ่มด้วยใจ กล่าวว่า ในด้านกฎหมายไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นถือว่ามีความผิด เจ้าหน้าที่ที่รับรู้เรื่องนี้ต้องเข้ามาฟื้นฟูดูแลเด็กและนำคนผิดมาลงโทษ และสามารถไปติดตามคดีนี้ได้ที่สภ.อ.หนองจิก

แบ่งปัน