หน้าแรก ข่าวในประเทศ ข่าวชายแดนใต้ Save the Children เปิดงานวิจัย “เสียงจากใจเด็กชายแดนใต้”

Save the Children เปิดงานวิจัย “เสียงจากใจเด็กชายแดนใต้”

องค์การช่วยเหลือเด็ก Save the Children ร่วมกับภาคประชาสังคม เปิดงานวิจัย “เสียงจากใจเด็กชายแดนใต้ Children at the Centre” เป็นการร่วมวิจัยแบบมีส่วนร่วมโดยมีเด็กเป็นศูนย์กลางเมื่อต้นปี 2561 รวบรวมมุมมองและความเห็นของเด็กจำนวน 458 คน (หญิง 238 คน ชาย 220 คน) อายุระหว่าง 12-17 ปี เด็กศาสนาพุทธ 21 % เด็กมุสลิม 79 % พบว่า เด็กต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพและการตัดสินใจ มีพื้นที่สร้างสรรค์ที่ปลอดภัย Child Safe Space(มัสยิด โรงเรียน บ้าน)

การวิจัยนี้แบ่งตามสัดส่วนของเด็กที่อยู่ในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ถึงผลกระทบจากความขัดแย้ง การระบุถึงสันติภาพว่าเป็นอย่างไรและบ่งชี้ว่าเด็กจะสนับสนุนการเสริมสร้างสังคมที่มีสันติภาพอย่างมีความหมายได้อย่างไร


ผลการวิจัยพบว่า เมื่อถามเด็กๆ ว่าในหมู่บ้านของพวกเขามีสันติภาพหรือไม่ 50 เปอร์เซ็นต์บอกว่ามี 31 เปอร์เซ็นต์บอกว่าไม่ อีก 19 เปอร์เซ็นต์บอกว่ามีบางครั้ง เด็กอธิบายคำว่า สันติภาพ คือ ความกลมกลืนทางศาสนา การช่วยเหลือซึ่งกันและกันสภาพที่ไม่มีความรุนแรงเช่น การวางระเบิด การยิงกัน มีเสรีภาพในการเคลื่อนไหว

ความไม่สงบที่เกิดขึ้นสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี เป็นสิ่งที่เด็กเติบโตและรับรู้มาตลอด สภาวะอารมณ์และผลกระทบทางจิตใจในระยะยาวที่ความขัดแย้งมีต่อเด็กคือ ข้อกังวลต่อสุขภาพ จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ำทางโอกาสเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นของประเทศไทย การเรียนการสอนหยุดชะงักบ่อยครั้งจากเหตุการณ์ ความเปราะบางทางเพศสภาพ โรงเรียนทางเลือกแบบคู่ขนานเป็นการแยกเด็กมุสลิมและพุทธออกจากกัน จัดการความเครียดด้านลบเช่น ยาเสพติด พฤติกรรมรุนแรง การทำร้ายตนเอง รวมถึงการเหมารวมส่งผลให้เด็กชายและเด็กหญิงในชายแดนใต้ถูกแยกจากเด็กในพื้นที่อื่น ทำให้เด็กมีกลไกรับมือกับความขัดแย้งในเชิงบวกคือ ทำกิจกรรมกับเพื่อน เล่นกีฬา คุยกับครอบครัว ครู เพื่อน และหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวโดยเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อจัดการความเครียด ส่วนกลไกเชิงลบคือ เก็บความรู้สึก อยู่คนเดียว ไม่เข้าร่วมกิจกรรม เรียกร้องความสนใจ ทำตัวโดดเด่น ออกจากโรงเรียน ใช้สารเสพติด ก่อเหตุผิดกฎหมาย

เด็กๆ มีคำแนะนำต่อการสร้างสันติภาพเช่น การแข่งขันกีฬาที่นำเด็กต่างความเชื่อมาร่วมกัน การเข้าค่ายและทัศนศึกษาที่ให้เด็กได้เรียนรู้และแสดงออกในถสานที่ห่างจากพื้นที่ความขัดแย้ง กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ต่างศาสนาเพื่อเรียนรู้ศาสนาของกันและกัน กิจกรรมที่จีดโดยนักศึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจและให้คำปรึกษาแก่ผู้นำเยาวชน การสร้างสันติภาพที่เด็กเป็นผู้นำในการรณรงค์เพื่อให้เด็กแสดงความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซงหรือการควบคุมจากผู้ใหญ่ การอบรมด้านการสร้างสันติภาพในโรงเรียนและชุมชน ส่งเสริมกิจกรรมนอกเวลาเรียนด้าน

สุขภาพเชิงบวกและปลอดภัยเช่น ชมรมมอเตอร์ไซต์ การทำความสะอาดชุมชน การบริจาคเงินให้แก่ครอบครัวผู้ยากไร้ และการให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในกลุ่มผู้นำชุมชนและการประชุมประจำเดือนของชุมชน

 

อุปสรรคที่มีต่อการมีส่วนร่วมของเด็กในการสร้างสันติภาพและการตัดสินใจจากมุมมองของเด็กคือ เมื่อเด็กร้องขอผู้ใหญ่ที่จะมีบทบาทในการเป็นผู้นำในโรงเรียนหรือชุมชน ผู้ใหญ่มักจะไม่สนใจ ทำให้เด็กรู้สึกไร้พลัง กิจกรรมสร้างสันติภาพส่วนใหญ่นำโดยผู้ใหญ่ เด็กได้รับการบอกให้มาร่วม ทำให้ขาดการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคอีกเช่น ความปลอดภัยในการเดินทาง เสียงของเด็กถูกควบคุมโดยผู้ใหญ่ ขาดงบประมาณ ความกลัวทหารและจัดตรวจ ผู้ใหญ่ไม่ฟังเสียงเด็ก เด็กขอความช่วยเหลือแต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ตารางเรียนที่แน่นเกินไปและขาดการให้กำลังใจจากผู้ใหญ่

ทั้งนี้ งานวิจัยมีข้อเสนอแนะเพื่อให้คำแนะนำของเด็กต่อการสร้างสันติภาพบรรลุผลคือ การเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เพื่อเล่นและแสดงความเห็น พร้อมกับสร้างโอกาสต่างๆ เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของเด็กๆ เพิ่มช่องทางให้เด็กชายและเด็กหญิงสามารถแสดงความเห็นส่วนตัวได้ เพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมศักยภาพของเด็กๆ เช่นการจัดงานเทศกาล นิทรรศการผลงานศิลปะ งานอ่านบทกวีหรือการแสดงทางวัฒนธรรม สนับสนุนผู้นำท้องถิ่นระดับหมู่บ้าน ตำบลและชุมชนเพื่อให้งบประมาณแก่เด็กโดยตรง ที่จะดำเนินการและออกแบบกิจกรรมในชุมชน โดยงบประมาณเหล่านี้ควรให้แก่กลุ่มเด็กที่มีอยู่แล้วเช่น สภาเยาวชน

สำหรับข้อเสนอแนะเพื่อลดผลกระทบความขัดแย้งที่มีต่อเด็กคือ เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพจิตและระบบการคุ้มครองเด็ก โดยเฉพาะในเขตชนบท สำหรับเด็ก พ่อแม่และผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง การให้ทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาของรัฐ สนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาในการฝึกทักษะการประกอบอาชีพและทักษะชีวิตสำหรับเด็กโดยเฉพาะเด็กนอกระบบการศึกษาที่จะนำไปสู่โอกาสในการประกอบอาชีพที่ชัดเจน ส่งเสริมหลักสูตรชุมชนที่เน้นประวัติศาสตร์ชุมชน ความรู้พื้นล้าย ชาติพันธุ์ในท้องถิ่น ศาสนา สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โอกาสในการเรียนรู้ภาษาถิ่นอื่นเช่น ภาษามลายู-ปัตตานีเพื่อลดอุปสรรคด้านภาษาสำหรับเด็ก สนับสนุนกิจกรรมที่นำโดยเด็กที่เด็กผู้หญิงได้มีส่วนร่วม เผยแพร่บุคคลตัวอย่างเพื่อเป็นต้นแบบที่ดีแก่เด็กผู้ชาย และควรมีรายงานเยาวชนที่ถูกเกณฑ์เข้ากับกลุ่มกองกำลังผ่านระบบกลไกการติดตามและรายงาน พิจารณาทาง

เลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับเด็กที่เรียนในโรงเรียนปอเนาะสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐได้ โดยขยายโอกาสทางการศึกษานอกระบบ(กศน.) เพื่อให้เด็กมีวุฒิการศึกษาที่จำเป็นสำหรับการศึกษาต่อ และสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ที่ประจำโรงพยาบาลหรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้วามารถจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพและภัยของยาเสพติดสำหรับเด็กๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่สร้างสรรค์ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เป็นเครื่องมือหนึ่งในการกระตุ้นการมีส่วนร่วมของเด็กกับชุมชน โดยเฉพาะในสภาวะความขัดแย้ง  จำเป็นอย่างยิ่งที่ชุมชนจะเป็นกลไกแรกเพื่อคุ้มครองเด็กๆ ให้รอดพ้นจากความเสี่ยงจากการละเมิดทุกรูปแบบ เพื่อนำไปสู่การลดผลกระทบของความขัดแย้งและกระตุ้นการมีส่วนร่วมเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาในแนวทางสันติวิธี