หน้าแรก ข่าวต่างประเทศ ชาวปาเลสไตน์หลายพันคนไว้อาลัย “ราซาน นัจญาร” พยาบาลสาว ผู้ตกเป็นเป้าพลซุ่มยิงอิสราเอล!

ชาวปาเลสไตน์หลายพันคนไว้อาลัย “ราซาน นัจญาร” พยาบาลสาว ผู้ตกเป็นเป้าพลซุ่มยิงอิสราเอล!

Palestinian mourners carry the body of 21 years old Razan al-Najjar during her funeral after she was shot dead by Israeli soldiers, in Khan Yunis on June 2, 2018. (Photos by AFP)

ชาวปาเลสไตน์หลายพันคน รวมตัวกันในฉนวนกาซ่าที่ถูกปิดล้อม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในพิธีฝังศพนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์หญิง ซึ่งถูกยิงสังหารโดยทหารอิสราเอล

ในชุดเครื่องแบบสีขาว ขณะชูมือในท่าปราศจากอาวุธ” “ราซาน อัล นัจญาร”  ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกโดยพลซุ่มยิง (สไนเปอร์)ฝ่ายกองกำลังอิสราเอล จากอีกฝากของรั้วกั้นเขต ขณะกำลังพยายามเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ จากผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

พยานผู้เห็นเหตุการณ์บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ เพื่อเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์หญิงวัย 21 ปี ชาวปาเลสไตน์ ในระหว่างการประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิการคืนถิ่นของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่า

ในวันเสาร์ (เมื่อวานนี้) รถพยาบาลและทีมแพทย์เข้าร่วมในพิธีฝังศพของนัจญาร พร้อมด้วยพ่อของเธอ ขณะกำลังถือเสื้อแจ็กแก็ตหน่วยแพทย์ ที่นางสาวนัจญารสวมใส่ในวันที่ถูกยิงเสียชีวิต

ภายหลังจากพิธีฝังศพ ผู้ไว้อาลัยได้รวมตัวกันเพื่อการชุมนุม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พวกเขา 5 คนได้รับบาดเจ็บ โดยการปราบปรามของกองกำลังอิสราเอล

“เราบอกเธอว่ามันอันตราย ที่จะเข้าใกล้ (รั้วกั้นเขต) แต่เธอตอบว่า เธอไม่กลัวตาย และเธออยากจะช่วยชายหนุ่มคนนั้น” – เพื่อนในทีมแพทย์ฉุกเฉินกล่าว

ตามที่ระบุโดย หน่วยแพทย์บรรเทาภาคประชาสังคมปาเลสไตน์ Palestinian Medical Relief Society (PMRC) กล่าวว่า นัจญารถูกยิง “ขณะที่เธอกำลังพยายามเข้าให้การปฐมพยาบาลแก่ผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บ”

Palestinian protesters carrying Razan al-Najjar, a medic shot by Israeli soldiers on Friday at the Gaza border fence.CreditAdel Hana/Associated Press

“การยิงบุคลกรทางการแพทย์ เป็นอาชญากรสงครามภายใต้อนุสัญญาเจนีวา” – หน่วยแพทย์บรรเทา PMRC กล่าวในแถลงการณ์ ซึ่งเรียกร้องให้มี “การตอบสนองโดยทันทีจากประชาคมระหว่างประเทศ ไปยังการละเมิดสิทธิมนุษยชนของอิสราเอลในกาซ่า”

ตามที่ระบุโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขกาซ่า เหตุการณ์นี้ทำให้ นัจญาร กลายเป็นผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์ ลำดับที่ 119 ตั้งแต่ที่การประท้วง ซึ่งถูกเรียกว่า ”  Great Return March”  เริ่มต้นขึ้นในเดือนมีนาคม ในจำนวนนี้ยังรวมถึงเด็กและเยาวชนผู้เสียชีวิตมากถึง 14 ราย

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บชาวปาเลสไตน์กว่าอีก 13,300 ราย โดย 300 รายจากจำนวนนี้มีอาการอยู่ในภาวะวิกฤติ

การประท้วงดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อ เรียกร้องความสนใจไปยังการปิดล้อมเขตแดนตลอดระยะเวลา 11 ปี โดยอิสราเอล และอียิปต์ ในบริเวณอาณาเขตชายฝั่งทะเล และเพื่อเรียกร้องสิทธิในการคืนถิ่นให้แก่ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ ที่ต้องสูญเสียดินแดนของตนไปเมื่อรัฐอิสราเอลถูกสถาปนาขึ้นในปี ค.ศ. 1948

ส่วนมากของผู้เสียชีวิตระหว่างการประท้วง จะถูกยิงโดยพลซุ่มยิงอิสราเอล ครึ่งหนึ่งของพวกเขา เสียชีวิตภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน คือ ในวันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเหตุการณ์ที่การประท้วงและความตึงเครียดทวีความรุนแรงถึงขีดสุด เมื่อสหรัฐฯทำพิธีย้ายสถานทูตของตนในอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟ ไปยังกรุงเยรูซาเล็มอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายฝ่ายได้ประณาม และกล่าวอ้างว่าอิสราเอลได้ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในการจัดการกับผู้ประท้วงที่ปราศจากอาวุธ

ในวันศุกร์ องค์กรสหประชาชาติได้ออกมติเพื่อตำหนิอิสราเอลในฐานะผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวปาเลสไตน์ขั้นร้ายแรง แต่ความพยายามดังกล่าวเป็นอันต้องล้มเหลว เมื่อรัฐบาลอเมริกาได้ออกอำนาจวีโต้ กีดกันมิให้สหประชาชาติตำหนิรัฐบาลอิสราเอลว่ากระทำการรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์

นางสาวนัจญาร เป็นผู้อยู่อาศัยจาก Khuzaa หมู่บ้านเกษตรกรรม ใกล้ชายแดนอิสราเอลทางด้านตะวันออกของ Khan Younis ในตอนใต้ของฉนวนกาซ่า พ่อของเธอ นาย อัชรอฟ อัล นัจญาร เคยมีร้านค้าขายอะไหล่มอเตอร์ไซค์ แต่ถูกทำลายโดยการยิงถล่มทางอากาศของกองกำลังอิสราเอลในสงครามระหว่างอิสราเอล และกลุ่มกองกำลังต้านทาน เมื่อปี 2014 ส่งผลทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะว่างงานจนถึงปัจจุบัน

นางสาวนัจญาร ลูกสาวคนโตจากบุตรทั้งหมด 6 คน ไม่ได้ทำคะแนนที่ดีเพียงพอสำหรับการเข้าสู่มหาวิทยาลัย ทำให้เธอเลือกเข้าอบรบเป็นนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ 2 ปี ในโรงพยาบาลนัสเซอร์ ประจำเมือง Khan Younis และผันตัวเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยให้แก่ชาวปาเลสไตน์ ในองค์กรสาธาระสุขที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล – PMRC

ในการให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ในค่ายผู้ประท้วงที่ Khan Younis เมื่อเดือนที่แล้ว เธอกล่าวว่า:

“เราทำสิ่งนี้เพื่อความรักที่มีต่อประเทศชาติ มันเป็นงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เราไม่ได้ทำเพื่อเงิน เราทำเพื่อพระเจ้า เราไม่ต้องการค่าตอบแทน หรือ การจ้างงาน”

“ผู้คนมักจะถามพ่อของฉัน ว่า ฉันมาทำอะไรที่นี้ ทั้งๆที่ไม่ได้รับเงินเดือน เขาตอบว่า ผมภาคภูมิใจในลูกสาวของผม เธอให้การดูแลแก่บรรดาเด็กๆของประเทศเรา”

“เรามีเพียงเป้าหมายเดียว” เธอกล่าว “นั่นคือการช่วยเหลือ และอพยพชีวิตผู้คน และเพื่อส่งสาสน์ไปยังโลกว่า: เราสามารถทำอะไรก็ได้ แม้เราจะปราศจากอาวุธ

Palestinian people pray as they attend the funeral of 21 years old Razan al-Najjar after she was shot dead by Israeli soldiers, in Khan Yunis on June 2, 2018.
แบ่งปัน