หน้าแรก รายงาน SENI BENA PATANI รวมสถาปัตย์เอกลักษณ์มลายู

SENI BENA PATANI รวมสถาปัตย์เอกลักษณ์มลายู

สถาปัตยกรรมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่นชัดเจน ชมรมภาคีสถาปัตยกรรมปัตตานีตั้งใจอนุรักษ์ รวบรมข้อมูลก่อนที่จะสูญหายไป มาเป็น “SENI BENA PATANI – วิจิตรสถาปัตย์มลายูปาตานี”

สิบกว่าปีที่เกิดสถานการณ์ในพื้นที่แห่งนี่ ทุกฝ่ายต่างพุ่งความสนใจไปยังเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก เรื่องราวด้านอื่นๆ ถูกละเลยจนบางเรื่องเปรียบเสมือนถูกลอยแพเช่น ศิลปะปละสถาปัตยกรรม

ชมรมภาคีสถาปัตยกรรมปาตานีได้สำรวจในพื้นที่และหาแนวทางอนุรักษ์อย่างจริงจังเพื่อมิให้ความประณีตงดงามหลากหลายของลวดลายและสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าและควรคงอยู่ต้องถูกทิ้งร้างและผุพังลงไป สังคมได้รับทราบประวัติศาสตร์ต่างวัฒนธรรมที่มีความเป็นศิลปะปาตานี

สุกรี มะดากะกุล

สุกรี มะดากะกุล เลขานุการชมรมฯ เรี่ยวแรงหลักของโครงการสำรวจมลายูปริทัศน์สื่อสะท้อนศิลปวัฒนธรรม ที่มีมูลนิธิเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชน และ MRG ในเครือสหภาพยุโรป EU สนับสนุน สุกรีบอกถึงเรื่องราวและความเป็นมาของหนังสือเล่มนี้ว่า

“จากความชอบส่วนตัวของสถาปัตย์ในชายแดนใต้ คิดอยากรวบรวมจริงจัง จึงร่วมมือกับทางชมรม ซึ่งสถาปัตย์ในพื้นที่หลายแห่งกำลังผุพัง ไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง คนรุ่นใหม่ไม่สนใจ ไม่มีงบดูแล มาศึกษาและหาแนวทางดำรงเอกลักษณ์มลายูที่มีทั้งพุทธ มุสลิมและจีน ให้ยังคงอยู่และดียิ่งขึ้น”

“ได้ศึกษารูปแบบของศิลปะ ที่มาของสกุลช่าง วิถีของสามศาสนาสามวัฒนธรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ หาวิธีดำเนินการตามความต้องการของชุมชน เผยแพร่ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ โดยมีการศึกษา บันทึกภาพถ่ายอาคารของคหบดีเจ้าของเมือง อาคารศาสนสถาน อาคารเรือนย่านการค้าคนจีน อาคารสถบันปอเนาะ อาคารรูปแบบสมัยใหม่ บ้าน ลวดลายประดับ ในปัตตานี ยะลาและนราธิวาส”

ชมรมได้รวบรวมข้อมูลและภาพถ่ายแบ่งเป็นหัวข้อคือ ปอเนาะสะกำ อ.มายอ จ.ปัตตานี ปรัชญาความเชื่อในลวดลายมลายู กลิ่นอายมลายูในวัดพุทธที่ตากใบ คติความเชื่อเดิมก่อนอิสลามในงานสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมที่บางปู มัสยิดตะวาอุน อาคารที่โดดเด่น อาคารที่บูรณะโดยชุมชน และสืบสานงานช่างแกะสลัก

“ในอำเภอตากใบมีวัดสายสกุลช่างสถาปัตยกรรมมลายูหลายแห่ง ทีมงานสำรวจวัดใกล้เคียงกัน 3 วัดคือ วัดชลธาราสิงเห วัดเก่าแก่สุดสร้างเมื่อปี 2403 ส่วนวัดพุทธและวัดมะเฟือง สร้างในยุคต่อมา โบสถ์ของวัดชลธาราสิงเหมีการรักษาและบูรณะมาตลอด ยังอยู่ในสภาพดีมาก มีจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องในพุทธประวัติ ลวนลายตามท้องเสา ผนัง ตัดขอบคาน มีลวดลายออกทางกลิ่นอายมลายู”

“…สำหรับลวดลายแบบมลายู มีความหมายในทุกที่ ถ่ายทอดตามความเชื่อและคำสอนในวิถีอิสลามกลงไปในเนื้องาน เพื่อให้ผู้มาเยือน ได้เห็น ได้คิดได้เตือนสติตัวเอง เช่น ในกรอบช่องลมบนบานประตูหรือหน้าต่าง ลวดลายจะโค้งรับกับกรอบ หมายถึง ความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เย่อหยิ่ง เชื่อฟังพระผู้เป็นเจ้า”

ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา มีสถาปัตยกรรมมลายูแบบใหม่เกิดขึ้น การออกแบบอิงสู่ศิลปะในแบบมีอัตลักษณ์มากขึ้นเป็นแบบมลายูร่วมสมัย ใช้ศิลปะผสมผสาน ดูเรียบง่าย ตกแต่งน่าสนใจเช่น อาคารในมหาวิทยาลัยทั้งสามจังหวัด อาคารเทศบาลเมืองนราธิวาส ซุ้มประตูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม มัสยิดกลางปัตตานี รวมทั้งการปรับปรุงอาคารย่านเก่าแก่ในอดีตให้กลับมามีคุณค่าเช่น การประกาศย่านเมืองเก่าในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานี ช่วงถนนปัตตานีภิรมย์ถึงถนนอาเนาะรู มีอาคารบ้านเรือนทั้งสามศาสนาอยู่จำนวนมาก  มีจุดรวมตัวแสดงงานศิลปะ งานสร้างสรรค์ความคิดไม่จำกัดแขนงที่มลายูลิฟวิ่ง

เรื่องราวดีๆ ในชายแดนใต้ อีกแง่มุมของศิลปะและสถาปัตยกรรมที่งดงาม น่าสนใจ น่าศึกษา รวมทั้งเป็นพลังหนุนต่อในการช่วยกันรักษาวิถีแห่งความงามในพื้นที่เอาไว้ให้คงอยู่

SENI BENA PATANI…หนังสือดีที่ควรมีไว้
แบ่งปัน