หน้าแรก ข่าวต่างประเทศ

นานาชาติร่วมกันออกมาตรการยุติการลักลอบค้าตัวนิ่มทุกรูปแบบ

ตัวนิ่มพบมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา ซึ่งมีประชากรที่ลดลงอันเนื่องมาจากการคุกคามและการค้าสัตว์ที่ผิดกฏหมาย ภาพ WENDY PANAINO

การประชุมอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองและพืชพันธุ์หายากหรือไซเตส ที่กำลังถูกคุกคามอย่างหนัก ได้มีการเห็นชอบในมติร่วมกันในการยุติการลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครองตัวนิ่มทั้งแปดชนิด

ตัวนิ่มคือสัตว์ที่ออกหากินในเวลากลางคืนและกินมดเป็นอาหาร ซึ่งโดยธรรมชาติจะพบมากในทวีปเอเชียตะวันออกฉียงใต้และทวีปแอฟริกา

ซึ่งสัตว์เหล่านี้ปัจจุบันกำลังได้รับการถูกคุกคามอย่างหนัก เพราะว่าหนึ่งล้านตัวถูกลักลอบจับขายในถิ่นของมันในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

ทางด้านคณะอนุกรรมาธิการของินโดนีเซีย ในฐานะหัวหน้าผู้อำนวยการทั่วไปของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ นายเทชรี ฟาตอนีย์ ได้เข้าร่วมในการประชุมอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองและพืชพันธุ์หายาก ที่แอฟริกาใต้ในครั้งนี้ด้วย

อินโดนีเซียพร้อมปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมของไซเตส

“ที่ประชุมไซเตสยังได้ผูกมัดกับประเทศผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหลายด้วยว่า หากทุกอย่างมีก่ารกำหนดไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างจะต้องได้รับผลจากการประชุมอย่างแน่นอน” เขาเปิดเผยกับบีบีซีอินโดนีเซีย

เทชรี ยังได้กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ก่อนที่ที่ประชุมไซเตสจะมีความร่วมมือในด้านการห่วงห้ามค้าตัวนิ่มดังกล่าวนี้ ประเทศอินโดนีเซียได้ดำเนินมาตรการสั่งห้ามตฃค้าขายสัตว์ดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว

อย่างเช่น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตราที่ 7 ปี 1999 ได้ระบุว่า สัตว์ตัวนิ่มทุกบรรจุอยู่ในประเภทของสัตว์คุ้มครอง

“ตัวนิ่มถือเป็นสัตว์ที่ถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญมาตราที่ 7 ปี 1999  ก่อนที่เราจะออกมาตรการระงับการซื้อขาย นั่นก็คือไม่สามารถที่จะค้าขายได้ ก่อนที่จะมีการประชุมอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองและพืชพันธุ์หายากหรือไซเตส ตัวนิ่มถือเป็นสัตว์ต้องห้ามมาแล้วก่อนหน้านี้ในประเทศอินโดนีเซีย ”

การค้าขายหนัง(ครีบ)ตัวนิ่มและเนื้อตัวนิ่มชำแหละ ถือเป็นการค้าขายที่ผิดกฏหมายอย่างกว้างขวาง ภาพ GETTY IMAGES
การค้าขายหนัง(ครีบ)ตัวนิ่มและเนื้อตัวนิ่มชำแหละ ถือเป็นการค้าขายที่ผิดกฏหมายอย่างกว้างขวาง ภาพ GETTY IMAGES

เป็นที่ต้องการของตลาดมืด

หน่วยงานปราบปรามการก่ออาชญากรรมตำรวจซีเนียร์ ถือเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าขายสัตว์ป่าคุ้มครอง

ทั้งนี้เขายังได้เปิดเผยด้วยว่า อินโดนีเซียถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีการลักลอบส่งออกตัวนิ่มมากที่สุดประเทศหนึ่ง

“ส่วนใหญ่แล้วสัตว์ตัวนิ่มถูกนำมาใช้เป็นยาวัตถุ ปกติแล้วจะพบมากในประเทศจีน ส่วนใหญ่จะประกอบในอาหารที่มีส่วนประกอบทำจากตัวนิ่มค่อนข้างมีมูลค่ามหาศาลในตลาดมืด การสั่งซื้อไม่เพียงพอ เฉพาะภายในประเทศตัวนิ่วมีการซื้อขายในราคาหลายแสนรูเปียร์ แต่หากในต่างประเทศแล้วย่อมทะลุถึงล้านรูเปียร์อย่างแน่นอน”

ตลอดระยะเวลาของปี 2016 มีคดีที่เกี่ยวกับการซื้อขายตัวนิ่มมากมายที่สามารถสกัดกั้นการลักลอบค้าขายตัวนิ่มได้

เมื่อเดือนเมษานยที่แล้ว เจ้าหน้าที่ ณ เมืองเมดานได้มีการยึดของกลางที่เป็นตัวนิ่มสดๆ อย่างน้อยประมาณ 5 ตันที่เป็นเนื้อแช่แข็งที่พร้อมจะส่งออกไปยังต่างประเทศ และเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแห่งเมืองสุราบายาสามารถยึดการลักลอบขนย้ายตัวนิ่มประมาณ 1.3 ตัน ซึ่งเป็นเนื้อแช่แข็ง ที่มีปลายทางอยู่ที่สิงคโปร์

และเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมชายคนหนึ่ง ที่ได้มีการลักลอบครอบครองสัตว์ตัวนิ่มประมาณ 650 ตัวในตู้แช่แข็งภายในบ้านพักที่หมู่บ้านจอมบัง ทางชวาเหนือ

ทางหน่วยงานปราบปรามการก่ออาชญากรรม ได้กล่าวว่า ทางผู้ก่อเหตุนั้นสามารถที่จะเอาผิดตามบทบัญญัติกฏหมายมาตราที่ 5 ประจำปี 0990 ได้ เกี่ยวกับความผิดในข้อหาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ

กฏหมายเกี่ยวกับการคุกคามมีความผิดอาญาต้องจำคุกห้าปีขึ้นไปและปรับ 100 ล้านรูเปียร์

หนังที่มีครีบเพียบไปด้วยสรรพคุณ?

ตัวนิ่มเป็นสัตว์ที่รู้จักกันดีในฐานะสัตว์ที่กินมด สัตว์ประเภทนี้จะมีคุณสมบัติลิ้นที่ยาวและมีความเหนียว ที่ค่อนข้างมีประโยชน์อย่างมากในการหามด และตัวนิ่มัยงมีหนังที่มีครีบอีกด้วย ที่ใช้ในการป้องกันตัวยามที่ถูกโจมตี โดยจะกลิ้งเหมือนลูกฟุตบอล

อย่างไรก็ตามด้วยเพราะครีบอันนี้เองที่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาต้องตาย

ที่ประเทศจีน ครีบของตัวนิ่มจะถูกนำไปเผาไฟเพื่อนำไปทำยาในการรักษาโรคต่างๆ รวมไปถึงโรคกระวนกระวายที่เกินขอบเขต การร้องไหเอย่างบ้าคลั่ง

ถึงอย่างไรก็ตามยังไม่เป้นที่แน่ชัดทางวิชาการว่า ครีบของตัวนิ่มดังกล่าวมีความเป็นสรรพคุณอย่างที่กล่าวมาเช่นนั้นหรือไม่อย่างไร

นอกจากครีบตัวนิ่มแล้ว เนื้อของมันนิยมรับประทานมากที่สุดในแอฟริกาและจีน

จำนวนการค้าขายในตลาดมืดสำหรับตัวนิ่วแล้วนั้นค่อนข้างมีความต้องการสูง นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายนของปีนี้ ทางหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องได้เปิดเผยว่ามีจำนวนถึง 18.000 ตัน จากทั้งหมด 19 ประเทศ

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วครีบพวกนี้จะมาจากแถบแอฟริกา แคเมอรูน ไนจีเรีย และกานา

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ในหนึ่งกรัมของครีบทั้งหมดมาจากสัตว์ 3-4 ตัว ซึ่งคาดว่าจะมาจากการค้าขายในตลาดมืดตัวนิ่มไม่น้อยกว่า 20% จากทุกชนิด

ตลาดผู้บริโภคส่วนใหญ่จะมาจากประเทศจีน เนื้อของมันเชื่อว่ามีความอร่อย ในขณะที่หนังและครีบของมันเอานำไปใช้ทำยารักษาโรคต่างๆ ภาพ GETTY IMAGES
ตลาดผู้บริโภคส่วนใหญ่จะมาจากประเทศจีน เนื้อของมันเชื่อว่ามีความอร่อย ในขณะที่หนังและครีบของมันเอานำไปใช้ทำยารักษาโรคต่างๆ ภาพ GETTY IMAGES

ไม่มีโควต้า

“ในขณะที่ตัวนิ่มถูกดัดแปลงขนย้ายในรูปแบบครีบหรือเนื้อ จนไม่สามารถระบุได้ว่า อันไหนเป็นตัวนิ่มสายพันธุ์เอเชียหรือสายพันธุ์แอฟริกา”เจฟ ฟลอกเกน กล่าว จาก  International Fund for Animal Welfare (IFAW).

ในการประชุมอนุสัญญาระหว่างประเทศไซเตส ทีมีหลายๆ ประเทศที่เข้าร่วมได้ร่วมกันนำเสนอสายพันธุ์จากเอเชียสี่สายพันธุ์ และสายพันธุ์แอฟริกาสี่สายพันธุ์ ให้มีการขึ้นบัญชีการห้ามค้าขายและการให้ความคุ้มครองที่มีความครอบคลุมมากกว่านี้

ตัวนิ่มจะคดตัวทันทีหากรู้ว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย ภาพ SPL
ตัวนิ่มจะคดตัวทันทีหากรู้ว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย ภาพ SPL

“นี่ถือเป็นชัยชนะและถือเป็นข่าวดีสำหรับสัตว์ที่อาจถูกลักลอบจับขายและถูกคุกคาม” กินเนทเต้ เฮมลี่ กล่าว จากสถาบันการให้ความคุ้มครองสภาพแวดล้อม

“การให้ความคุ้มครองอย่างรอบด้านให้กับตัวนิ่ม และไซเตสอาจยับยั้งข้อครหาเกี่ยวการค้าขายอย่างผิดกฏหมายได้ในเร็ววัน ที่อาจทำให้ผู้กระทำผิดมีความยากลำบากมากขึ้นในการลักลอบค้าสัตว์ป่า และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ที่คิดจะกระทำความผิด ”

“นี่ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญที่บอกให้รู้ว่า ตัวนิ่มต้องการได้รับการคุ้มครองและเราจะพยายามในการทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้น”

ที่มา http://www.bbc.com/indonesia/majalah/2016/09/160929_majalah_trenggiling_ilegal?ocid=socialflow_facebook