หน้าแรก ข่าวในประเทศ ข่าวชายแดนใต้

อดีตผู้ว่าฯ ปัตตานี เป็นประธานติดตั้งป้ายทองเหลือง “บ้านทรงคุณค่าปัตตานี” ประจำปี 2563

นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานติดตั้งป้ายทองเหลือง “บ้านทรงคุณค่าปัตตานี” ประจำปี 2563 รวม 5 หลัง ได้แก่ เรือนช่างทองเหลือง บนถนนยะรัง บ้านเลขที่ 10 ถนนยะรัง อาคารไวท์เฮาส์ มูลนิธิชูเกียรติปิติเจริญกิจ ถนนฤาดี บ้านกงสี ถนนอาเนาะรู บ้านขุนพิทักษ์รายา ถนนปัตตานีภิรมย์ ตามลำดับ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์อาคาร บ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมที่ทรงคุณค่า ซึ่งเป็นรากฐานและสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญอันเป็นมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดปัตตานีและของชาติ

รองศาสตราจารย์อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี แจ้งว่า ตามที่จังหวัดปัตตานีที่ได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการบ้านทรงคุณค่าปัตตานี ประจำปี 2563” ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2563 เพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมการอนุรักษ์อาคารบ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิม ตามหลักคุณค่าและลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดปัตตานีและของชาติสืบไป

“กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการมหาวิทยาลัยกับการขับเคลื่อนศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ระยะที่ 1 “ม.อ.ปัตตานี กับการขับเคลื่อนศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนา : วงแหวนพหุวัฒนธรรมเมืองปัตตานี” และระยะที่ 2 “การพัฒนาเศรษฐกิจฐานวัฒนธรรมเชิงพื้นที่วงแหวนพหุวัฒนธรรมเมืองปัตตานี” โดยคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาการยกย่องเชิดชูเกียรติบ้านทรงคุณค่า บุคคล และองค์กรที่ส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรม อันทรงคุณค่าของจังหวัดปัตตานี ประจำปี 2563 และได้มีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณโดยนายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ในพิธีเปิดงาน “shining Pattani ปัตตานี…ใช่เลย” เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2563”

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2563 นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ในนามประธานคณะกรรมการดำเนินงานบ้านทรงคุณค่าปัตตานี ประจำปี 2563 ได้เป็นประธานติดตั้งป้ายทองเหลือง ณ “บ้านทรงคุณค่า” ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ จำนวน 5 อาคาร เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์อาคาร บ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมที่ทรงคุณค่า ซึ่งเป็นรากฐานและสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญ อันเป็นมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดปัตตานีและของชาติสืบไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณต่อสาธารณะ ดังนี้
ติดตั้งป้ายทองเหลือง 1. “บ้านทรงคุณค่า” ณ เรือนช่างทองเหลือง ตำบลจะบังติกอ ซึ่งเป็นเรือนโบราณ อายุประมาณ 100 ปี ตั้งอยู่บนถนนยะรัง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เป็นเรือนไม้รูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นมลายู หลังคาทรงบลานอเรียงกัน 3 จั่ว ประกอบหลังคาปีกนกด้านข้างมุงกระเบื้องดินเผาปลายแหลมหรือกระเบื้องดินเผาหางว่าว โครงสร้างไม้ทั้งหลัง ผนังก่ออิฐฉาบปูน บางส่วนมุงสังกะสี ยกพื้นสูง ใต้ถุนมีประโยชน์ใช้สอยสำหรับนั่งพักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว

2.บ้านเลขที่ 10 ถนนยะรัง ตำบลจะบังติกอ ซึ่งเป็นเรือนไม้รูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นมลายู เป็นเรือนไม้อายุเกือบ 90 ปี เรือนด้านหน้าหลังคาทรงบลานอ ประกอบหลังคาปั้นหยาด้านข้าง เรือนด้านหลังหลังคาทรงปั้นหยาแฝด 2 จั่วต่อกัน มุงกระเบื้องดินเผาปลายแหลมหรือกระเบื้องดินเผาหางว่าว 3.อาคารไวท์เฮาส์ มูลนิธิชูเกียรติ-ปิติเจริญกิจ ไวท์เฮาส์ เป็นชื่อเรียกบ้านสีขาวหลังใหญ่ ตั้งอยู่บนถนนฤาดี ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี มีรูปแบบอาคารที่ทันสมัยและดูแปลกตากว่าบ้านหลังอื่น ๆ ในยุคสมัยเดียวกัน สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักอาศัยเมื่อประมาณ พ.ศ. 2477 ตัวบ้านมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมแบบยุโรป เป็นอาคารสูงสามชั้น แต่ละชั้นมีระเบียงรายรอบ ประตูหน้าต่างมีลักษณะเป็นซุ้มโค้ง ช่องแสงประดับกระจกสีสวยงาม จากการสืบค้นประวัติพบว่าบ้านหลังนี้เคยถูกเรียกว่า บ้านสิบหมื่น และยังเคยเป็นที่ทำการบริษัทจังหวัดปัตตานี จำกัดอยู่ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง

4.บ้านกงสี ตั้งอยู่ในย่านหัวตลาดจีน หรือชุมชนหัวตลาด ถนนอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เดิมเป็นบ้านพักอาศัยของตันปุ่ย หรือหลวงสำเร็จกิจจางวาง สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2367-2394) ภายหลังเป็นที่พักอาศัยของลูกหลานและปัจจุบันเปรียบเป็นบ้านบรรพชนของตระกูล 5.บ้านขุนพิทักษ์รายา สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2460 เป็นเรือนพักอาศัยต่อเนื่องมา 4 รุ่น ตั้งอยู่ในย่านหัวตลาดจีน หรือชุมชนหัวตลาด ถนนปัตตานีภิรมย์ ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เป็นเรือนแถวสองชั้นสองคูหา รูปแบบของเรือนแถวมีการประยุกต์ระหว่างสถาปัตยกรรมในท้องถิ่นและสถาปัตยกรรมจีน มีอายุประมาณ 90-100 ปี

หลังจากนี้มีการประชุมพิจารณาแนวทางการจัดตั้งกลุ่มหรือภาคีคนรักเมืองปัตตานี เพื่อร่วมอนุรักษ์บ้านเรือนและสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าให้คงอยู่คู่เมืองตานีต่อไป