หน้าแรก ข่าวในประเทศ ข่าวชายแดนใต้

มทภ.4 แถลงผลการปฏิบัติงาน 2 ปี บูรณาการทุกกลไก มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดี

พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 แถลงสรุปผลการปฏิบัติงานในห้วง 2 ปีที่ผ่านมา บูรณาการทุกกลไก มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดี

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 11.30 น. ณ สโมสรนายทหารสัญญาบัตร พล.ร.15 ค่ายพระศรีสุริโยทัย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 แถลงสรุปผลการปฏิบัติงานในห้วง 2 ปีที่ผ่านมาว่า ในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้มุ่งเน้นปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาลและแปลงไปสู่งานสำคัญเร่งด่วน 5 ประการ กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา ภายใต้ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงครอบคลุมงาน ด้านความมั่นคง การเสริมสร้างความเข้าใจและการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพร้อมทั้งบูรณาการทุกกลไก อำนาจรัฐเข้าแก้ไขปัญหาให้ความสำคัญกับงานด้านสิทธิมนุษยชน ขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันส่งผลให้ได้รับการยอมรับจากองค์กรต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น สถานการณ์ในภาพรวม มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นโดยลำดับ ดังนี้

1.ด้านการควบคุมพื้นที่และบังคับใช้กฎหมาย ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการควบคุมพื้นที่ ด้วยการจัดกำลังเป็นชุดปฏิบัติการขนาดเล็ก 768 ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์เข้าสู่พื้นที่เป้าหมายเพื่อกดดัน จำกัดเสรีผู้ก่อเหตุรุนแรงและช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ พร้อมๆ กับได้เข้าทำการบังคับใช้กฎหมายด้วยการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อนพักพิงของผู้ก่อเหตุรุนแรง ตรวจยึดฐานปฏิบัติการ 18 แห่ง อาวุธปืน 94 กระบอก ปะทะ 19 ครั้ง ควบคุมตัว 427 คน ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 42 คน ตรวจยึดอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก โดยความสำเร็จดังกล่าวนอกจากเกิดจากงานด้านการข่าวที่มีประสิทธิภพแล้ว ยังเกิดจากบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือของพี่น้องประชาชนที่ีโทรเข้ามายังหมายเลขโทรศัพท์สายตรง061 – 173-2999

2. ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ถือเป็นนโยบายสำคัญ เพื่อดับทุกข์ให้พี่น้องประชาชน ด้วยการเปิดแผนปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหายาเสพติด คืนความสุขชายแดนใต้ เน้นการดำเนินการให้ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัดรักษาฟื้นฟูและการพัฒนาอาชีพ ทำให้สามารถดำเนินการทางกฎหมาย ต่อผู้ค้าทั้งรายใหญ่รายย่อย นำไปสู่การจับกุม 29,462 คดี ผู้ต้องหา 31,454 คน ยาบ้า 5, A461,186 รีค เฮโรอีน 43.8 กิโลกรัม ไอซ์ 2,364 กิโลกรัม และอื่นๆ อีกหลายรายการ ช่วยเหลือผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูตามหลักสูตร camp – 35 ทั้งมิติทางการแพทย์ มิติศาสนา มิติทางสังคมและการพัฒนาอาชีพ สามารถส่งคืนบุตรหลานสู่อ้อมกอดครอบครัว ได้กว่า 16,200 คน

3.ด้านการเสริมสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เน้นการสร้างความเข้าใจโดยใช้เวทีสภาสันติสุขตำบล เป็นศูนย์กลางแก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการ ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกื้อกูล หนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข โดยขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะประสานงานในระดับพื้นที่ เปิดโอกาสให้กลุ่มเห็นต่างจากรัฐที่ต้องการยุติการใช้ความรุนแรง เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

4.ด้านส่งเสริมการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฟาร์มตัวอย่างต้านภัยโควิด 19 ทั้ง 14 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ให้มีอาชีพ งานทำ มีรายได้ พึ่งพาตนเอง รวมทั้งจัดโครงการจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจเพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกิจกรรมพัฒนาชุมชนของตนเองในด้านต่างๆ และเป็นการแสดงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นอกจากนี้ยังได้ขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานทั้งในและนอกพื้นที่ จชต. แจกจ่ายต้นกล้าพันธุ์กาแฟจากจังหวัดเชียงใหม่ให้แก่เกษตรกรกว่า 220,000 ต้น อยู่ระหว่างเพาะพันธุ์ต้นกล้าเพื่อแจกจ่ายเพิ่มอีกกว่า 200,000 ต้น รวมทั้งยังได้รับซื้อสินค้าทางการเกษตร กว่า 2 ล้านบาทเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกร ในภาวะผลผลิตล้นตลาด ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ สร้างงาน ทำให้มีเงินหมุนเวียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 1,200 ล้านบาท สนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่งยั่งยืน และเมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตของรัฐบาลอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อสร้างการพัฒนา นำพาความมั่นคงทางรายได้อย่างยั่งยืนมาสู่พี่น้องประชาชนต่อไป

5.ด้านการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิด 19 จัดกิจกรรม big Cleaning Day และตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด 19 ให้กับประชาชน จำนวน 91,718 ครัวเรือน แจกจ่ายถุงยังชีพ 25,171 ถุง จัดรถครัวสนามและขบวนรถจักรยานยนต์delivery บริการข้าวกล่องกว่า 250,000 กล่อง จัดทำตู้ปันสุข 23 ตู้ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน 25,456 ครัวเรือน ถือเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ดำเนินงานตามนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม