หน้าแรก การศึกษาและเทคโนโลยี การศึกษา รายงานชี้ : มุสลิมตกเป็นเหยื่อรายแรกของการก่อการร้ายในโลก!

รายงานชี้ : มุสลิมตกเป็นเหยื่อรายแรกของการก่อการร้ายในโลก!

ระเบิดมัสยิดในเมือง Herat ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อเดือนมิถุนายน 2560

ตรงกันข้ามกับจินตนาการเท็จของชาวตะวันตก ชาวมุสลิมเป็นเหยื่อรายแรกของการก่อการร้ายในโลก

หนังสือพิมพ์ Lu Nouville Abrosvatar ฝรั่งเศส ในบทความเกี่ยวกับการสังหารชาวมุสลิมในมัสยิดในอียิปต์ระบุว่า  “ชาวมุสลิมเป็นเหยื่อรายแรกของการก่อการร้าย”

เมื่อวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน อียิปต์ต้องไว้ทุกข์เนื่องจากผู้ก่อการร้ายได้ก่อเหตุโจมตีมัสยิดแห่งหนึ่งของมุสลิมจากสำนักคิดซุฟี ในไซนายทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ในเหตุการณ์การก่อการร้ายครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 305  ราย ขณะที่ 27 คนเป็นเด็ก และอีก 128 คนได้รับบาดเจ็บจากการสังหารหมู่ครั้งนี้

ตามที่คณะตุลาการของอียิปต์รายงาน เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ก่อการร้ายประมาณ 30 คนเข้าร่วมการโจมตี ซึ่งถือธงไอซิส

ในการโจมตีครั้งนี้ถือว่าเป็นการโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อียิปต์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีมุสลิมเป็นเป้าหมาย ดังนั้นชาวมุสลิมจึงเป็นเหยื่อรายแรกของการโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่ดำเนินการภายใต้ชื่ออิสลาม

นักการศาสนาคนหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งไม่นานหลังจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อเมริกัน The New York Times ระบุว่า เป็นเรื่องตกใจมากกับการกำหนดเป้าหมายไปยังชาวมุสลิมในมัสยิด

ในขณะเดียวกัน การโจมตีชุมชนมุสลิมได้รับการกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องที่แปลกใจแต่อย่างใด

อีกเหตุการณ์หนึ่งในการก่ออาชญากรรม เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่มัสยิดของสำนักคิดชีอะฮ์ ณ กรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน

มีผู้เสียชีวิต 56 รายและบาดเจ็บ 55 ราย ซึ่งไอซิสได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบในการก่อเหตุครั้งนี้ โดยคนร้ายติดอาวุธได้กระทำการกราดยิงไปยังผู้ละหมาดในมัสยิด

ในปี 2006 และ 2007 ผู้ก่อการร้ายยังโจมตีมัสยิดใน Samaria  ประเทศอิรักถึงสองครั้ง

อิรักเป็นเหยื่อรายแรกของการก่อการร้าย

นักวิจัยหลายคนเห็นด้วยกับประเด็นหนึ่ง คือ การโจมตีของผู้ก่อการร้ายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในตะวันออก และในประเทศอิสลาม ไม่ใช่ตะวันตกและสิ่งนี้ขัดแย้งกับภาพจินตนาการของตะวันตก หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 2001

จากผลการวิจัยล่าสุด ที่จัดทำโดยสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ IEP  ระบุว่า อิรัก  อัฟกานิสถาน  ไนจีเรีย  ซีเรีย ปากีสถาน  เยเมน  โซมาเลีย  อินเดีย ตุรกีและลิเบียอยู่ในอันต้นของรายชื่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการก่อการร้ายในปี 2016

อินเดียเป็นประเทศเดียวในรายชื่อดังกล่าวที่มีชาวมุสลิมเป็นชนส่วนน้อย

ในปี 2016 สามในสี่ของผู้เสียชีวิตในการโจมตีของผู้ก่อการร้ายอยู่ในอัฟกานิสถาน ไนจีเรีย ซีเรีย ปากีสถานและอิรัก

การวิจัยอื่น ๆ ในเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงผลเหมือนกัน: ชาวมุสลิมเป็นเหยื่อหลักของการโจมตีของผู้ก่อการร้าย

William Baranov  ผู้อำนวยการ Consortium แห่งชาติ เพื่อการวิจัยการก่อการร้าย-การสืบสวน ได้ดำเนินการการศึกษาที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการก่อการร้าย ซึ่งงานวิจัยของเขายังเผยอีกว่า ชาวมุสลิมเป็นเหยื่อรายแรกของการก่อการร้าย  การสืบสวนได้พิสูจน์ว่า แม้แต่ในการโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่ดำเนินการในโลกตะวันตก ก็ยังมีชาวมุสลิมเป็นเหยื่อหลักของการโจมตี

นักวิจัยท่านนี้กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC News ในความเห็นเกี่ยวกับการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในมัสยิดในลอนดอนว่า: “ในตะวันออกกลางมุสลิมอาจเป็นเหยื่อรายแรกของการก่อการร้ายและเป็นเหยื่อรายแรกของมาตรการต่อต้านการก่อการร้าย”

หลังจากเปรียบเทียบการสะท้อนข่าวของสื่อตะวันตกต่อการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในอิรักในวันที่ 30 พ.ค. และการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในคอนเสิร์ตในเมืองแมนเชสเตอร์ สำนักข่าว ABC News ได้เขียนรายงานว่า: “ลอบสังหารชาวมุสลิมที่กำหนดเป้าหมายในตะวันออกกลางนั้นเห็นได้ชัดว่าสื่อตะวันตกให้ความสนใจน้อยมาก ”

“เอรินเมลเลอร์” นักวิจัยของ Starters  หลังจากการตรวจสอบวิจัยการโจมตีของผู้ก่อการร้ายกับชาวมุสลิมในประเทศยุโรปก็ได้รับผลเหมือนกัน ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากเป็นนโยบายสองมาตรฐาน(ของตะวันตกและชาติมหาอำนาจ)