หน้าแรก ข่าวต่างประเทศ เปิดใจ “นางฟ้าไอเอสชาวเยอรมัน” หลังเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้ายไอเอส

เปิดใจ “นางฟ้าไอเอสชาวเยอรมัน” หลังเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้ายไอเอส

97

Linda Winslet ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร “อัล-กอฎออ์” กล่าวถึงรูปแบบการเข้าร่วมกลุ่มผู้ก่อการร้ายไอเอสและเดินทางจากประเทศเยอรมนีไปยังตุรกีแล้วเดินทางต่อไปยังซีเรียและอิรัก
Linda Winslet เด็กหญิงชาวเยอรมันคนหนึ่งที่ถูกค้นพบในบ้านร้างแห่งหนึ่งในเมืองโมซูล ( Mosul ) ในเดือนกรกฎาคมหลังจากที่โมซูลได้รับการปลดปล่อยจากไอเอสโดยกองกำลังอิรัก มีการเล่าเรื่องราวของเธออย่างมากมาย

โดยลินดาเข้าร่วมกัลกลุ่มก่อการร้ายไอเอสนั้นเธอมีอายุยังไม่เข้า 16 ปี นี่เป็นครั้งแรกในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารตุลาการอิรัก“อัล-กอฎออ์” เธอได้เล่าถึงการเข้าร่วมกลุ่มผู้ก่อการร้ายไอเอส เดินทางจากประเทศเยอรมนีไปยังประเทศตุรกีแล้วเดินทางต่อไปยังซีเรียและอิรัก

นิตยสาร “อัล-กอฎออ์” ในการให้สัมภาษณ์หัวข้อ “นางฟ้าไอเอสแหงเยอรมัน” ได้เผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางของ Linda Winsel จากประเทศเยอรมนีและการเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส
ลินดาผู้ซึ่งปรากฏตัวบนชั้นศาลอิรักเมื่อสองวันก่อนกล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่าเธอได้รู้จักกับสาวจอร์แดนคนหนึ่งชื่อฟาติมา

หลังจากที่ลินดาได้เป็นเพื่อนกับฟาติมาแล้ว เขาก็ได้เชิญเธอเข้าสู่อิสลามจากนั้นเธอถูกแนะนำให้รู้จักกับนักเทศน์คนหนึ่งชื่อว่า “อาบู คอเลด” ซึ่งเป็นนักเทศนาธรรมและอิหม่ามของมัสยิดในเมือง Pleatsis ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี นักเทศน์คนนี้บอกกับลินดาว่าเขาไม่สามารถพบเจอกับเธอได้บ่อยครั้งเพราะเขาเป็นผู้ชายและลินดาเป็นเด็กผู้หญิงซึ่งตามศาสนาอิสลามไม่อนุญาต นักเทศน์คนนี้ได้มอบหนังสือเกี่ยวกับศาสนาอิสลามภาษาเยอรมันหลายเล่มให้กับลินดา ลินดาเล่าว่า ต่อมาเป็นที่แน่นชัดและกระจ่างว่าสาเหตุที่นักเทศน์คนนี้ไม่อยากพบเธอเพราะเขาถูกตำรวจรักษาความปลอดภัยเยอรมันติดตามตัว ในช่วงเวลาดังกล่าวฟาติมาได้ชักชวนให้ลินดาให้เข้าร่วมการประชุมสัมมนาต่างๆของกลุ่มอิสลามสุดโต่งและหัวรุนแรงในเยอรมนี

ตอนนี้ลินดาอายุ 17 ปีเธอปรากฏตัวต่อหน้าผู้พิพากษาในชั้นศาลด้วยการสวมฮิญาบ และบอกว่า “สำนึกผิด” เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาและต้องการกลับไปยังประเทศและบ้านเกิดของเขา
ลินดายังเล่าต่ออีกว่า เธอได้ติดต่อกับชายคนหนึ่งชื่อว่ามุฮัมมัด ซึ่งมีฉายาว่า”อาบูอุซามะฮ์อัล – ชิชินี” (เชชเนีย) ผ่านสมาคมนี้ ซึ่งอาบูอุซามะฮ์อัล – ชิชินีเป็นผู้กล่อมให้เธอเดินทางไปยังดินแดน “รัฐอิสลามไอเอส” และมีแผนที่จะแต่งงานกับเธอ

ลินดากล่าวในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเธอทำให้โรงเรียนของเธอส่งจดหมายถึงแม่ของเธอและแจ้งให้ผู้ปกครองทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่น่าสงสัยของลูกสาว เมื่อแม่ของลินดาเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรม ถึงกับร้องไห้ฟูมฟายและตบตีเธออย่างแรง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของหญิงสาวและแม่ทำให้เกิดความวุ่นวายในความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเหมือนกับว่าทั้งสองแม่ลูกไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีในตอนแรก

การอ่านอักด์(การแต่งงาน)ผ่านโทรศัพท์
หลังจากความสัมพันธ์ของเธอกับครอบครัวของเธอบาดหมางกัน เธอก็ได้บอกและแจ้งกับ Abu Osama al-Shishani เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว Abu Osama ให้คำแนะนำและกระตุ้นให้ลินดาเร่งเดินทางมายังตุรกีเพื่อพบกับเขาที่ตุรกีและแต่งงานกัน

ลินดามีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามกฎหมายที่จะเดินทางไปคนเดียวจึงจำเป็นที่จะต้องได้รับความยินยอมจากมารดา ดังนั้นเขาปลอมแปลงลายเซ็นชื่อของมารดาของเธอว่าได้ยินยอมให้เธอเดินทาง จานั้นจึงมุ่งหน้าเดินทางไปยังตุรกีเพื่อพบกับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ แต่เมื่อลินดาเดินทางมาถึงยังตุรกี อาบูอุซามะฮ์ได้โทรศัพท์ติดต่อกับเธอว่า เขามีภารกิจด่วนที่จะต้องเดินทางไปยังซีเรียดังนั้นเขาจึงต้องอ่านอักด์(แต่งงาน)ทางโทรศัพท์ และจากนั้นทั้งสองก็เป็นสามีภรรยาอย่างเป็นทางการและเธอก็ได้กลายเป็นภรรยาของอาบูซามะฮ์ จากนั้นสามีของเธอบอกให้เธอไปยังชายแดนซีเรียเพื่อไปยังซีเรียพร้อมกับเพื่อนชาวเชเชน ลินดาเล่าเสริมว่าหลังจากที่เธอเดินและรอสามชั่วโมงตามชายแดนตุรกี – ซีเรียในที่สุดก็ได้พบกับอาบูอุซามมะฮ์ สามีของเธอ


จากซีเรียไปยังโมซูลอิรัก
เจ้าสาวไอเอสแห่เยอรมันหลังจากได้พบกับเจ้าบ่าวแล้วก็ได้เข้าไปพักอยู่ในบ้านหลังหนึ่งใกล้กับบ้านหลั่งใหญ่ในประเทศซีเรีย ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน เธออยู่ในซีเรียเพียงแค่หนึ่งวัน จากนั้นเธอพร้อมกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและลูก ๆ ของพวกเขาถูกย้ายไปยังเมืองโมซูลอิรักซึ่งเป็นป้องปราการสำคัญของรัฐไอเอส ในโมซูล ในเบื้องต้นลินดาอยู่ในค่ายทหารขนาดใหญ่เป็นระยะเวลาสามเดือน จากนั้นถูกย้ายไปอยู่ที่บ้านส่วนตัวที่เมืองโมซูล ในเมืองโมซูลเธอได้พบกับหญิงสาวที่เป็นเจ้าหน้าที่ของไอเอสที่รับผิดชอบในด้านการแจกจ่ายอาหารกับเธอเพียงแค่วันละครั้ง
การเสียชีวิตของอาบูซามะห์ ลินดาอยู่คนเดียวในเมืองโมซูล

ลินดาบอกว่าเธออยู่กับอาบูอุซามะฮ์แค่สามเดือนและหลังจากสามเดือนเธอก็ได้รับข่าวการเสียชีวิตของอาบูอุซามะฮ์ สาวเยอรมันกล่าวว่า หลังจากที่อาบูอุซามมะฮ์ถูกฆ่าและกองกำลังอิรักก็ได้รุกคืบเข้าใกล้เมืองโมซูล เธอต้องการกลับไปประเทศของเธอ แต่กลุ่มของเขาและทุกคนผู้ที่อยู่ในเมืองโมซูล(สมาชิกไอเออส)ขัดขวางเธอไม่ให้หนีกลับประเทศ

ไอเอสให้เงิน 200 เหรียญเพื่อชดเชยการเสียชีวิตของสามีเธอ ลินดากล่าวต่อว่าหลังจากการปิดล้อมเมืองโมซูลโดยกองกำลังอิรัก ไอเอสได้รวบรวมผู้หญิงทั้งหมดไปอยู่ในโรงพยาบาล และด้วยการปล่อยเมืองโมซูล เขาได้เห็นตัวเองอยู่ในความดูแลของตำรวจอิรัก และตอนนี้เธอกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอิรัก

ที่มา: http://www.independent.co.uk