หน้าแรก ศิลปะและวัฒนธรรม ท่องโลกกว้าง สนธิสัญญาบอนีย์ระหว่างสยามกับอังกฤษที่เคดาห์ (ไทรบุรี) : การต่อสู้ของสุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ฮาลีม ชาห์ จากการใช้กำลังสู่ทางการทูต

สนธิสัญญาบอนีย์ระหว่างสยามกับอังกฤษที่เคดาห์ (ไทรบุรี) : การต่อสู้ของสุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ฮาลีม ชาห์ จากการใช้กำลังสู่ทางการทูต

494

ประมาณปี 1838 ได้เกิดการจลาจลประท้วงต่อการบริหารการปกครองของสยามในรัฐเคดาห์หรือไทรบุรี การลุกฮือในครั้งนี้ที่นำโดยเต็งกู มูฮัมหมัด ซาอัด หรือหลานของสุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ฮาลิม ชาห์ ในช่วงที่เกิดการลุกหือในครั้งนี้ท่านสุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ท่านได้ทำการลี้ภัยไปยังเมืองมะละกาเพื่อความปลอดภัยจากการติดตามและจากการถูกจับเป็นเชลยศึกของสยาม อย่างไรก็ตามรัฐเคดาห์ถูกยึดครองโดยสยามเมื่อปี1821

การเข้ามายึดครองของสยามเกิดขึ้นภายหลังจากที่สุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ฮาลีม ชาห์ ได้ปฏิเสธที่จะส่งเครื่องบรรณาการดอกไม้เงินดอกไม้ทองให้กับสยาม และไม่ยอมปฏิบัติตามนโยบายของกษัตริย์สยาม ณ ขณะนั้น ด้วยเหตุนี้ทางกษัตริย์สยามได้สั่งการไปยังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เพื่อทำการโจมตีเมืองเคดาห์ ในที่สุดการโจมตีครั้งนี้นำมาซึ่งชัยชนะเป็นเหตุให้สุลต่าน อัฮหมัด ตาญุดดีน ต้องลี้ภัยไปยังเกาะมาก จากนั้นเมืองเคดาห์ก็ถูกปกครองโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐสยามเป็นต้นมา

สุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ฮาลีม ชาห์ ในขณะที่พำนักอยู่ในเกาะหมาก ท่านได้ทรงพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะกอบกู้เมืองเคดาห์กลับคืนมา พระองค์พร้อมกับผู้ติดตามได้ใช้วิธีการโจมตีต่อเจ้าหน้าที่สยามที่อยู่ในเมืองเคดาห์อย่างสุดความสามารถ แต่อย่างไรก็ตามความพยายามดังกล่าวถูกขัดขวางโดยฝ่ายอังกฤษ ที่ ณ ขณะนั้นอังกฤษเองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะสานสัมพันธ์กับรัฐสยาม ด้วยเหตุนี้เมื่อปี 1826 ได้มีการลงนามและให้สัตยาบันในสันธิสัญญาบอนีย์จึงมีขึ้นระหว่างรัฐบาลอังกฤษกับสยาม หนึ่งในสนธิสัญญาฉบับดังกล่าวนี้ระบุว่า เมืองเคดาห์คือเมืองที่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของสยาม ด้วยสิ่งนี้ทำให้สุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ฮาลีม ชาห์ ได้มีความพยายามที่จะกอบกู้ราชบัลลังค์ของพระองค์กลับคืนมา

ในปี ค.ศ. 1831 และ ค.ศ. 1836 ในปี ค.ศ. 1831 และ ค.ศ. 1836 สุลต่านอาหมัดและผู้ติดตามของพระองค์ ได้ทำการโจมตีชาวสยามในเมืองเคดาห์ ในคราวนี้กองทัพของฝ่ายสุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ฮาลีม ชาห์ ประสบความสำเร็จในการขับไล่ชาวสยามออกจากรัฐเคดาห์

อย่างไรก็ตามชัยชนะในครั้งนี้ถูกกีดขวางโดยกองทัพอังกฤษ เพราะในสนธิสัญญาบอนีย์ ได้มีการตกลงกันว่าอังกฤษจะไม่เปิดทางให้กับสุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ฮาลีม ชาห์ ในการกลับคืนสู่บัลลังค์ และอังกฤษยังให้คำมั่นที่จะขัดขวางไม่ให้สุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ฮาลีม ชาห์ ทำการโจมตีในการยึดครองของสยาม

ต่อมาได้เกิดการลุกฮืออีกครั้งที่นำโดยเต็งกู มูฮัมหมัด ซาอัด ที่ได้โจมตีต่อรัฐบาลสยามในรัฐเคดาห์ การลุกฮือในครั้งนี้ประสบความสำเร็จในการขับไล่ชาวสยามออกจากเคดาห์ สตูล และเปอร์ลิส อย่างไรก็ตามความสำเร็จในครั้งนี้ ก็เหมือนกับความสำเร็จที่ผ่านมา นั่นก็คือถูกขัดขวางโดยรัฐบาลอังกฤษ

ในระยาเวลาถัดมาทางสยามได้ส่งกองทัพขนาดใหญ่เพื่อทำการยึดและป้องกันรัฐเคดาห์อีกครั้ง  ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น ประมาณปี 1893 / 2382 ฝ่ายสยามสามารถยึดรัฐเคดาห์ได้เกือบทั้งหมด ในที่สุดสุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ฮาลีม ชาห์ ได้ทวงคืนรัฐเคดาห์อีกครั้ง โดยใช้วิธีทางการทูตและในปี 1842/2385 ในที่สุดรัฐบาลสยามได้คืนราชบัลลังค์ให้กับสุลต่าน อัฮหมัด ตะญูดดีน ฮาลีม ชาห์ แห่งรัฐเคดาห์ จากนั้นการปกครองของสยามในเมืองเคดาห์มีอันยุติลง

 

ที่มา: http://www.orangkedah.com