หน้าแรก ศิลปะและวัฒนธรรม ท่องโลกกว้าง ย้อนรอย “มลายูมุสลิม” ในดินแดนพม่า

ย้อนรอย “มลายูมุสลิม” ในดินแดนพม่า

ภาพชาวมลายูพม่าในปี 1950

นานนับศตวรรษที่ชาวมลายูตั้งถิ่นฐานในพม่าและสร้างครอบครัวกับคนในพื้นที่

กว่าสองร้อยปีที่ชาวมลายูตั้งรกรากอยู่ตามแนวชายแดนมาเลเซียและพม่าในเขตตะนาวศรี (Tanintharyi) ในพงศาวดาร “ฮีกายัตมะโรงมหาวังสา” ได้เล่าถึงความเป็นมาประวัติศาสตร์ของกษัตริย์แห่งรัฐเคดาห์(ไทรบุรี) ได้กล่าวว่าพวกเขาเหล่านั้นดั้งเดิมมาจากรัฐดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันรัฐเคดาห์กลายเป็นรัฐหนึ่งในประเทศมาเลเซีย

ราชวงศ์สุลต่านแห่งรัฐเคดาห์ ณ ห้วงเวลาหนึ่งคือรัฐที่มีความยิ่งใหญ่ในอดีต ที่คอยควบคุมกิจการทางการค้าทางทะเลปัจจุบันคือน่านน้ำอินโดจีน อำนาจการปกครองครอบคลุมตั้งแต่ทางตอนเหนือของแหลมมลายูจรดไปถึงทางตอนใต้ของพม่า และด้วยกิจการด้านการค้าดังกล่าวทำให้คนมลายูบางส่วนจากรัฐเคดาห์ได้ไหลทะลักไปยังพื้นที่ดังกล่าว

อย่างไรก็ตามคำว่า Tanintharyi เอง เพี้ยนมาจากภาษามลายูจากคำว่า “Tanah Suci” (แผ่นดินบริสุทธิ์) ซึ่งคนพม่าค่อนข้างไม่มี่ความคล่องในการออกเสียงดังกล่าว จึงได้พูดในสำเนียงของพวกเขาเองเป็น Tanintharyi ซึ่งคนยุโรปเองมักจะกล่าวในนาม “Tenasserim”

ส่วนใหญ่ของคนมลายูในพม่ามักจะตั้งถิ่นฐานในเขตเกาะสอง(Kawthaung)ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งของพม่า ประชากรส่วนมากจะมีทั้งชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู ไทยพุทธ และชนชาวมลายูที่อพยพเข้ามาหรือที่เรียกว่าคนพื้นเมือง ที่เรียกว่าปาชุ นอกจากนี้ยังมีชาวจีนและชาวอินเดียที่อยู่ในช่วงของอาณานิคมอังกฤษ ที่ถูกเกณฑ์ให้ทำงานในเหมืองแร่ดีบุก

ในช่วงศตวรรษที่ 19 จนถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เกาะสองได้เป็นที่รู้จักกันในชื่อวิกตอเรียพอยน์ ซึ่งเป็นท่าเรือเล็ก ๆ ที่มีความคึกคักอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศพม่า และไม่เพียงแต่จะเป็นที่ทอดสมอของเรือพาณิชย์อย่างเดียวไม่ แต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้หาปลาจากพื้นที่ห่างไกล

การเข้ามาของชาวลายูในเกาะสอง เริ่มต้นจากการเดินเรือหาปลา ในปี พ. ศ. 2408 โดยกลุ่มชาวประมงกลุ่มหนึ่งที่นำโดย นูดะดะ อาเหม็ด ซึ่งเป็นชาวมลายูที่มีเชื้อสายอาหรับได้แล่นเรือไปหาปลาที่อยู่รอบๆ หมู่เกาะมะริด (Mergui) ซึ่งต่อมาพบว่าที่นี่เป็นแหล่งที่มีปลาชุกชุม ก่อนที่พวกเขาจะตั้งหมู่บ้านเล็ก ๆ บนชายหาดแห่งในแถววิกตอเรีย

แรกเริ่มนั้นบริเวณดังกล่าวเป็นเพียงสถานที่แวะเวียนชั่วคราวของนักเดินเรือ อย่างไรก็ตามเมื่อปรากฏว่าปลามีอยู่อย่างชุกชุม พวกเขาจึงได้ตัดสินใจปักหลักที่นั่น ตั้งแต่นั้นมาชาวมลายูก็เริ่มทยอยเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันจะพบว่าคนมลายูที่อาศัยอยู่ที่นั่นส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของอาเหม็ด

ทั้งนี้ชาติพันธุ์มลายูในพม่ายังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชาวมลายูในปาตานีในภาคใต้ของไทย ซึ่งพวกเขาเป็นลูกหลานมลายูที่มาจากอาณาจักรปาตานีในอดีตเช่นเดียวกัน ภายหลังจากที่ปาตานีได้เสื่อมสลายลง พวกเขาได้แผ่อพยพกระจายไปในที่ต่างๆ ของพม่าตลอดจนในดินแดนอยุธยา อย่างไรก็ตามภาษาที่พวกเขาใช้ส่วนใหญ่ในพื้นที่คือภาษาพม่า

อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่เคยทิ้งรากเหง้าของตัวเองที่ได้สืบทอดมาจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษาและศาสนาตามสำนักคิดชาฟีอีที่พวกเขายึดถือ เฉกเช่นมุสลิมส่วนใหญ่ในอินโดนีเซีย ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมชาวมลายูนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ซึ่งทั้งสองอย่างดังกล่าวยังคงยึดมั่นถือมั่นโดยชาวมลายูในเป็นส่วนใหญ่

ในครอบครัวหรือในช่วงการสนทนาระหว่างพวกเขา มักจะใช้ภาษามลายูในการสื่อสารโดยใช้ภาษามลายูสำเนียงเคดาห์ หนึ่งในนั้นที่ยังบ่งบอกถึงการรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์มลายูอย่างเหนี่ยวแน่นของพวกเขาคือ การธำรงไว้และมีการใช้ภาษามลายูตัวเขียนยาวีในการจดบันทึกของพวกเขา ถึงแม้นว่าในปัจจุบันจะหลงเหลือแต่ในกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้นที่ยังคงใช้ตัวเขียนยาวีก็ตาม ทว่ากลับพบว่ายังมีกลุ่มคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่บางกลุ่มที่ได้มีการรณรงค์ใช้ตัวเขียนยาวีอีกครั้ง ท่ามกลางแวดล้อมแห่งสังคมพุทธพม่า และความขัดแย้งของชาวโรฮิงยาและรัฐบาลทหาร การหวนคือสู่วัฒนธรรมอันเดิมคือทางออกที่สงบและดีที่สุดในการแสวงหาทางออก

จะพบว่ามีมัสยิดตั้งอยู่ทั่วพื้นที่ทางภาคใต้ของพม่า เช่นในเขตเกาะสองจะพบมัสยิดหลายสิบแห่งและเช่นเดียวกับมูศ็อลลาที่จะพบมากในละแวกชนบทหมู่บ้าน หนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่แห่งหนึ่งก็คือมัสยิดปาชู รอบๆ มัสยิดดังกล่าวและตามหมู่บ้านต่างๆ ชาวมลายูยังคงรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์วัฒนธรรมการแต่งงานระหว่างกลุ่มคนด้วยกันเอง ด้วยเหตุนี้พวกเขามักจะถูกกล่าวหาจากรชาวพม่าว่า พวกเขายากที่จะกลมกลืนเข้าด้วยกัน

ด้วยเหตุนี้ปัญญาชนมลายูรุ่นใหม่ได้แสดงให้เห็นว่า หากพวกเขาสามารถหลอมรวมกับสังคมพม่าได้ พวกเขาอาจสามารถศึกษาในโรงเรียนของรัฐได้และวิถีชีวิตของพวกเขาจะเป็นไปในทางเสรีมากขึ้น ในทางกลับกันในปัจจุบันพบว่ายิ่งมีการศึกษาในโรงเรียนรัฐมากเท่าใดพวกเขาจะทิ้งห่างจากโรงเรียนศาสนามากขึ้นไปด้วย

เสรีนิยมหรือไม่นั้นคืออีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่เห็นได้อย่างชัดเจนในปัจจุบันก็คือ พวกเขาสามารถสานสัมพันธ์อันดีระหว่างคนพม่ากับคนมลายูมุสลิมได้อย่างแน่นแฟ้น ซึ่งเป็นตัวอย่างอันดีท่ามกลางคลื่นความขัดแย้งที่กำลังประสบกับพี่น้องโรฮิงญา

Read more: https://www.harianaceh.co.id