ปุจฉา : ถึงสภาวการณ์ ยากลำบากของคน ทำงานภาคประชาชน วิสัชนา : โดยพระอาจารย์ ไพศาล วิสาโล (ตอนที่ 3)

ปุจฉา : ถึงสภาวการณ์ ยากลำบากของคน ทำงานภาคประชาชน วิสัชนา : โดยพระอาจารย์ ไพศาล วิสาโล (ตอนที่ 3)

20

สังคมไทยอยู่ในช่วงสุดโต่งทั้งเรื่องการบริโภคนิยม เรื่องความคลั่งชาติ จะมีปัจจัยอะไรที่ทำให้สิ่งเหล่านี้ถูกกระตุกให้เกิดความเปลี่ยนแปลง

พระอาจารย์ไพศาล – เราต้องรักษาแนวการขับเคลื่อนประเด็นต่อไปเรื่อยๆ ต้องรักษาส่วนดีนี้เอาไว้ อย่าให้ไฟมันดับตอนนี้ อย่างน้อยๆ เราต้องรักษาสิทธิเสรีภาพของตนเอง เราต้องรักษาแสงประทีปแห่งสังคม แห่งความหวังไว้ให้ได้ และของชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ต่อไป เราต้องพูด ต้องแสดงความคิดเห็นต่อไปเรื่อยๆ อย่าให้กระแสเงียบ เพราะถ้าเงียบแปลว่าเราพ่ายแพ้ เราต้องเดินหน้าสร้างความเข้าใจต่อสังคมต่อไป

เชื้อไฟที่เคยลุกโชน มีเชื้อต้องมีถ่านไหม้อยู่ แล้วมันใกล้ดับ มันต้องมีประกายไฟอยู่บ้าง มีฟืนติดไฟบ้าง ก็สุมไฟต่อไป อย่างตอนนี้ มอริส จอห์นสัน มาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ มอริส นี่ขวาจัดมาก เขาเกลียดชนกลุ่มน้อย ถ้าเอาทรัมป์เข้ามาก็เป็นปี่ เป็นขลุ่ยเลย และเข้ามามีอำนาจในการตัดสินใจก็น่าห่วงว่า คนที่ทำงานด้านสิทธิในอังกฤษจะทำงานยาก จะเห็นว่าทั่วโลกเจอปัญหาไม่ต่างจากเรา ประเทศไทยก็เช่นกัน ตอนนี้สิทธิเสรีภาพถูกจำกัดอย่างมาก แต่ยังไม่หนักเท่าสมัยจอมพลสฤษธิ์ สมัยนั้นคนยังเขลาเรื่องนี้อยู่ ถูกชักนำได้ง่าย แต่ตอนนี่ดีกว่าเยอะ อย่างน้อยไม่มีการจับคนยิงเป้ากลางสาธารณะ เรารักษาประชาธิปไตยไว้ได้บ้าง ดังนั้นเราต้องมีความหวังในเรื่องนี้ อย่าไปยอมจำนนกับสถานการณ์ แต่เราต้องปล่อยวางและเดินหน้าต่อ

เป็นห่วงเรื่องของศาสนา ทั้งพุทธ-มุสลิมในภาคใต้ ที่ลามไปถึงภาคอื่นๆ รวมไปถึงเรื่องชาวโรฮิงญา เราจะทำอย่างไรให้คนในสังคมยึดหลักความมีเมตตา เพราะบางครั้งเราพยายามสร้างความเข้าใจ แต่สังคมบางส่วนไม่ฟังและยังสร้างกระแสความเกลียดชังเพิ่มขึ้น

พระอาจารย์ไพศาล – เรื่องนี้มันเชื่อมต่อกับความขัดแย้งทางสังคม อย่างเรื่องเหลืองแดง เช่น ใครพูดเรื่องเสรี เรื่องสิทธิมนุษยชน มักถูกตราหน้าว่าเป็นสีแดง สังคมไทยตอนนี้คุณทำประเด็นอะไรก็ตาม จะถูกปะหน้าว่าเป็นสีใด สีหนึ่ง ถ้าทำเรื่องสิ่งแวดล้อมคุณจะถูกมองว่าเป็นสีเหลือง ถ้าทำเรื่องสิทธิมนุษยชน คุณคือแดง เช่นคนที่อาจจะเห็นใจชาวโรฮิงญา แต่พอมองว่าอันนี้ความคิดกลุ่มแดง เขาก็ไม่สนใจ เฉยเมย อะไรก็ตามผูกติดกัน อาตมาต้องบอกว่า คนไทยจะมาสนใจเรื่องโรฮิงญาได้ เรื่องเหลือแดงต้องคลี่คลายลงไป ซึ่งมันต้องใช้เวลา เรื่องสิ่งแวดล้อมก็เหมือนกัน ถ้าคุณไม่สามารถคลี่คลายเรื่องเหลืองแดงได้ คุณรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างไร แม้คนกลุ่มหนึ่งเห็นด้วย แต่คนกลุ่มหนึ่งไม่เอาแถมต่อต้านด้วย เขามองว่า ไอ้นี่เรื่องของคนสีเหลือง มันติดล็อคตรงนี้แหละ ประเด็นหลายประเด็นไม่ใช่เรื่องเหลืองแดง มันเป็นเรื่องส่วนรวมของประเทศชาติ แต่ตอนนี้มีความระแวงขนาดนี้ก็เลยขยับอะไรลำบาก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะทำไม่ได้ ทำอะไรก็ต้องทำ แต่ต้องรู้ข้อจำกัด

พระอาจารย์ไพศาล  -ก็ถ้าได้อำนาจมาด้วยวิธีนี้ก็ต้องระแวงใช่มั้ย เพราะว่าต้องระแวงว่าเดี๋ยวถูกบ่อนไส้ ถูกอะไรบ้าง มันเป็นเรื่องของคนระแวงที่พยายามขจัดคนเห็นต่าง กลัวว่าเขาจะเข้ามาทำให้ตัวเองอยู่ไม่ได้ ทำจิตได้ก็ต้องทำด้วย ทำอะไรได้ก็ทำ ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ตามกำลังของเรา

จริงๆ ถ้ามองในภาพรวม มองอย่างเป็นธรรม สิ่งที่ดีๆ พอจะเกิดขึ้นบ้าง มีไม่มากไม่น้อยนะ คือไม่ใช่ว่าสังคมแย่ไปทุกเรื่อง หลายเรื่องดีขึ้น อาตมารู้สึกว่ามันมีพัฒนาการหลายอย่างดีขึ้น เพียงแต่ว่าทำยังไงไม่ให้มันถดถอยแล้วก็ทำให้มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นที่ดีกว่านี้อีก

การนำธรรมะมาต่อสู้ด้วยจิตใจสงบ เป็นหลักคิดที่ผู้นำควรคิดได้ ไม่ใช่ใช้อำนาจเป็นใหญ่

พระอาจารย์ไพศาล -จริงๆ ต้องใช้กับทุกเรื่อง อย่างเรื่องของโรฮิงญา คนที่เห็นขัดแย้งกับโรฮิงญา ต้องมีเมตตากับเขา ไม่ใช่เขาไม่เห็นด้วยกับเรา เราก็ด่าเขา ตอนนี้มันมีแต่การสาดอารมณ์ใส่กัน บางทีเราต้องมั่นคง ไม่ไปด่ากลับ และมั่นใจว่าเราทำมันดีแล้ว แต่คนไม่เห็นด้วยอาจจะระแวง อาจไม่เข้าใจ

คนเราเวลาโกรธอยากจะเอาชนะ วิธีการใดไม่ถูกต้องก็ทำ อาตมาได้อ่านข้อความของชาวพุทธบางกลุ่มที่ต้องการรักษาพระพุทธศาสนา แต่ไปโจมตีอิสลาม คุณรักษาพระพุทธศาสนา แต่คุณไม่รักษาศีล นี่ทำได้อย่างไร คุณจะรักษาพระพุทธศาสนา คุณต้องใช้หลักศาสนา ใช้คำสอน แต่คุณไปโทษมุสลิม ไปใส่ร้าย ไปหาคำโกหก มันไม่ถูกนะ

ที่มา : http://transbordernews.in.th/home/?p=13393&page=3

loading...